REPTALES
เรื่องราวสัตว์จาก ReptTown
ลูกอ๊อดยักษ์ เมื่อลูกอ๊อดไม่กลายเป็นกบ

ลูกอ๊อดยักษ์ เมื่อลูกอ๊อดไม่กลายเป็นกบ

ลูกอ๊อดยักษ์ เมื่อลูกอ๊อดไม่กลายเป็นกบหากน้องตัวนี้เกิดในประเทศไทย อาจมีถูกจับไปขอหวยขอเลขเด็ดกันแน่นอน ที่เห็นอยู่ในภาพนี้คือ ลูกอ๊อดของกบบูลฟร็อกอเมริกา (American bullfrog - 𝘓𝘪𝘵𝘩𝘰𝘣𝘢𝘵𝘦𝘴 𝘤𝘢𝘵𝘦𝘴𝘣𝘦𝘪𝘢𝘯𝘶𝘴) ที่เติบโตเกินขนาดกว่าปกติ ! ยาวเกือบ 10 นิ้วจะขนาดเท่ากล้วยหอมแล้ว ! ซึ่งมันใหญ่ใกล้เคียงกับกบตัวเต็มวัยเลย ทว่ากลับไม่มีการพัฒนาตัวให้กลายเป็บกบตัวเต็มวัย เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าลูกอ๊อดตัวนี้กันแน่ ?- กระบวนการกลายสภาพหรือ Metamorphosis ของกบนั้น เกิดขึ้นได้ด้วยการเหนี่ยวนำของฮอร์โมนตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid hormone) หรือฮอร์โมน TSH จากต่อมไทรอยด์กระตุ้นการพัฒนาตัว ด้วยปัจจัยของอุณหภูมิ แสง และสารอาหารที่ลูกอ๊อดกินเข้าไป กระตุ้นฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตจากลูกอ๊อดเป็นกบเต็มวัย- ในกรณีของลูกอ๊อดยักษ์นั้น บางทีมีสาเหตุได้ 2 สาเหตุ สาเหตุแรกคือ ต่อมไทรอยด์มีปัญหาที่ควบคุมฮอร์โมนในการพัฒนาตัวไม่ดีพอ จนทำให้ลูกอ๊อดขยายร่างเอาแต่ไม่พัฒนาส่วนอวัยวะอย่างขาขึ้นมา กับอีกสาเหตุคือ ปัจจัยโดยรอบไม่กระตุ้นฮอร์โมนเอง น้ำอาจเย็นไป หรือแสงไม่มากพอจะกระตุ้น ขณะเดียวกันสารอาหารไม่เกี่ยว เพราะพวกนี้ถ้าได้สารอาหารน้อยมันก็จะตาย แต่ถ้าตัวโตขนาดนี้แปลว่ามันกินอาหารมาก- เมื่อกบตัวเต็มวัยแล้ว ฮอร์โมนไทรอยด์จะหยุดทำงานเรื่องการเจริญเติบโตทันที ลองกลับมาดูเจ้าลูกอ๊อดยักษ์ ถึงตัวจะโตขึ้นแต่ทุกอย่างในร่างกายก็ยังคงสภาพเหมือนเดิมตั้งแต่เกิดออกมา และมันก็สามารถอยู่ได้นานเป็นปี เคยมีรายงานว่าลูกอ๊อดยักษ์แบบไม่กลายสภาพสามารถอยู่ได้เกือบ 8 ปี ! เป็นเรื่องสุดแปลกและมหัศจรรย์มาก !แหล่งข้อมูลอ้างอิงhttps://www.americanscientist.org/.../the-giant-tadpole...https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6521741/https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK9986/https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK10035/
ความรู้รอบโลก
กบ

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 05 ก.พ. 25

อ่าน 3 ครั้ง


สล็อธดำน้ำอึดกว่าโลมา !"   เรื่องน่ารู้การหายใจของสัตว์บกบนต้นไม้และสัตว์น้ำแสนฉลาด

สล็อธดำน้ำอึดกว่าโลมา !" เรื่องน่ารู้การหายใจของสัตว์บกบนต้นไม้และสัตว์น้ำแสนฉลาด

รู้หรือไม่ สล็อธเป็นสัตว์ที่ดำน้ำได้นานกว่าโลมาที่เป็นสัตว์น้ำแท้จริง ! ซึ่งในทางสถิติแล้ว โลมาสามารถดำน้ำได้นานเฉลี่ย 10-15 นาทีเท่านั้น ส่วนมนุษย์เราดำน้ำอึดได้นานสุด 24 นาที 32 วินาที ขณะเดียวกันนั่นเอง เจ้าสล็อธสุดเชื่องช้ากลับเป็นสัตว์ที่ดำน้ำอึดกว่าโลมาและมนุษย์อีก ซึ่งดำน้ำได้นานสุดถึง 40 นาที ! • สล็อธเป็นสัตว์เชื่องช้า กระบวนการเมตาบอลิซึ่มในร่างกายของมันจึงทำงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั่นเอง ซึ่งจากกระบวนการนี้ทำให้สล็อธย่อยอาหารนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนต่อการกินหนึ่งครั้ง ซึ่งเจ้าเมตาบอลิซึ่มที่ช้านี้ทำให้ปอดและหัวใจของสล็อธทำงานอย่างเชื่องช้า จนทำให้สล็อธกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานมาก อีกทั้งการย่อยอาหารช้าของมันยังเพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหารทำให้สล็อธลอยตัวว่ายน้ำได้ดีด้วย • ขณะที่โลมาและมนุษย์นั้น ปอดและหัวใจทำงานแลกเปลี่ยนออกซิเจนอย่างหนักเมื่อดำอยู่ใต้น้ำ แต่ของโลมามีประสิทธิภาพกักเก็บอากาศได้ดีมาก เมื่อโลมาขึ้นหายใจอย่างรวดเร็วเหนือน้ำ มันสามารถสูดอากาศเข้าไปในปอดมากถึง 80% ของเนื้อที่ปอด แต่ด้วยความที่โลมาเป็นสัตว์ขยับตัวเร็วและกล้ามเนื้อทำงานเหมือนเครื่องจักรเรือดำน้ำที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ออกซิเจนหมดก๊อกไว จนต้องรีบโผล่หายใจเหนือน้ำทุก 10-15 นาที • ซึ่งถ้าเทียบกันแล้ว ดูเหมือนกระบวนการเมตาบอลิซึ่มทั้งสล็อธและโลมาแตกต่างกันสิ้นเชิงมาก สล็อธเน้นใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเชื่องช้าบนต้นไม้ ขณะที่โลมาใช้ชีวิตในฐานะนักล่าแห่งท้องทะเลผู้ปราดเปรียวและแสนฉลาดหลักแหลม กายภาพและการทำงานของร่างกายนั้นแตกต่างกันมาก PIC CR. Texas Aquarium ReferenceDolphin Or Sloth, Who Can Hold Their Breath For Longer?https://www.iflscience.com/dolphin-or-sloth-who-can-hold...All About Bottlenose Dolphins facts by SEA WORLD https://seaworld.org/.../bottlenose-dolphin/adaptations/8 Facts You (probably) Didn’t Know About Sloths’ anatomyhttps://slothconservation.org/8-facts-about-sloths.../

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 03 ก.พ. 25

อ่าน 10 ครั้ง


กบพิษเลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? - คู่มือการเลี้ยงกบพิษสำหรับมือใหม่จาก Repttown

กบพิษเลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? - คู่มือการเลี้ยงกบพิษสำหรับมือใหม่จาก Repttown

คู่มือการเลี้ยงกบพิษสำหรับมือใหม่จาก Repttownวันนี้ Repttown ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับกบพิษ (Poison Dart Frog) สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามและโดดเด่น กบพิษได้รับความนิยมในหมู่คนรักสัตว์ Exotic เนื่องจากพฤติกรรมที่น่าสนใจและลวดลายเฉพาะตัว เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิธีเลี้ยงและดูแลกบพิษสำหรับผู้เริ่มต้นประวัติความเป็นมาของกบพิษกบพิษเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในวงศ์ Dendrobatidae พบได้ในป่าฝนเขตร้อนของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ชื่อ "กบพิษ" มาจากการที่ชนพื้นเมืองใช้สารพิษจากผิวหนังของพวกมันทาลูกดอกสำหรับล่าสัตว์ อย่างไรก็ตาม กบพิษที่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมจะไม่มีพิษ เพราะสารพิษมาจากอาหารในธรรมชาติ เช่น มดและแมลงบางชนิดลักษณะเด่นของกบพิษสีสันสดใส: มีสีสันหลากหลาย เช่น ฟ้า เขียว แดง เหลือง และดำ เพื่อลวงนักล่าขนาดเล็กกะทัดรัด: มีขนาดเพียง 1.5-6 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์นิสัยสงบ: กบพิษไม่ดุร้ายและสามารถปรับตัวให้คุ้นเคยกับการเลี้ยงในที่ปิดได้พิษเฉพาะตัวในธรรมชาติ: แต่จะไม่ผลิตพิษเมื่อเลี้ยงในที่ควบคุมสายพันธุ์กบพิษยอดนิยมBlue Poison Dart Frog (Dendrobates tinctorius "Azureus")ลักษณะเด่น: ตัวสีฟ้าสดใส มีจุดดำกระจายทั่วตัวขนาด: 4-5 เซนติเมตรความนิยม: เป็นสายพันธุ์ยอดฮิตสำหรับมือใหม่Green and Black Poison Dart Frog (Dendrobates auratus)ลักษณะเด่น: ลวดลายเขียว-ดำดูโดดเด่นขนาด: 3-4 เซนติเมตรพฤติกรรม: ค่อนข้างเชื่องและปรับตัวง่ายStrawberry Poison Dart Frog (Oophaga pumilio)ลักษณะเด่น: ตัวสีแดงสด หัวเหมือนผลสตรอว์เบอร์รีขนาด: 2-3 เซนติเมตรถิ่นกำเนิด: ป่าฝนในอเมริกากลางYellow-banded Poison Dart Frog (Dendrobates leucomelas)ลักษณะเด่น: สีเหลืองสดลายดำคล้ายลายเสือขนาด: 3-5 เซนติเมตรความทนทาน: เหมาะสำหรับมือใหม่วิธีเลี้ยงกบพิษอุปกรณ์ที่จำเป็นตู้กระจกหรือเทอราเรียมขนาดขั้นต่ำ: 30x30x30 ซม. สำหรับกบ 2-3 ตัวควรมีฝาปิดเพื่อป้องกันการหลบหนีวัสดุปูพื้นใช้พีทมอส กาบมะพร้าว หรือมอสธรรมชาติพืชประดับและที่หลบซ่อนเช่น เฟิร์น บรอมีเลียด หรือไม้อวบน้ำ เพื่อสร้างบรรยากาศคล้ายธรรมชาติระบบควบคุมความชื้นและอุณหภูมิความชื้น: 70-90%อุณหภูมิ: 22-28°Cแสง UVBช่วยเสริมสุขภาพผิวหนังและกระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินอาหารและโภชนาการอาหารหลัก: แมลงขนาดเล็ก เช่น ไรแดง ผลไม้ (fruit flies) และแมลงปีกแข็งเสริมอาหาร: ผงแคลเซียมและวิตามินโรยบนแมลงก่อนให้อาหารการให้อาหารให้อาหารวันละ 1-2 ครั้งในปริมาณที่เหมาะสมควรจัดพื้นที่ให้อาหารในที่ง่ายต่อการทำความสะอาดการดูแลสุขภาพของกบพิษความสะอาดของที่อยู่อาศัยทำความสะอาดวัสดุปูพื้นและเปลี่ยนน้ำเป็นประจำตรวจสุขภาพหากพบว่ากบมีผิวหนังซีด เบื่ออาหาร หรือเคลื่อนไหวช้า ควรปรึกษาสัตวแพทย์ควบคุมความชื้นใช้เครื่องพ่นไอน้ำหรือสเปรย์น้ำเพื่อรักษาความชื้นคำถามที่พบบ่อยQ: กบพิษมีพิษหรือไม่เมื่อเลี้ยงในบ้าน?A: ไม่มี เพราะสารพิษในธรรมชาติมาจากอาหารเฉพาะที่พวกมันกินQ: กบพิษเหมาะกับมือใหม่หรือไม่?A: เหมาะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ดูแลง่าย เช่น Blue Poison Dart FrogQ: ราคาเริ่มต้นของกบพิษอยู่ที่เท่าไหร่?A: ราคาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาด โดยเริ่มต้นประมาณ 1,500-10,000 บาทหากคุณสนใจเลี้ยงกบพิษหรือกำลังมองหาอุปกรณ์ที่เหมาะสม คุณสามารถเลือกชมสัตว์เลี้ยงและปรึกษาเราได้ที่ www.repttown.com เราพร้อมช่วยคุณเริ่มต้นการดูแลกบพิษอย่างมืออาชีพ!

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 17 ม.ค. 25

อ่าน 10 ครั้ง

REPTALES v1.0.2 by ReptTown
All Right Reserved