REPTALES
เรื่องราวสัตว์จาก ReptTown
"แมวดาว" "เสือปลา" ต่างกันอย่างไร ?

"แมวดาว" "เสือปลา" ต่างกันอย่างไร ?

เนื่องด้วยแอดบิวเล็งเห็นปัญหาของสมาชิกกลุ่มในการจำแนกสัตว์ตระกูลแมวที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกโซเชี่ยลนั้นก็คือ "แมวดาว" กับ "เสือปลา" นั่นเอง ซึ่งหลายคนที่ส่งรูปเข้ามาในกลุ่มนี่ตัวอะไรทั้งหมดมักเป็นแมวดาวครับ แล้วน้องต่างกันอย่างไร มาดูความแตกต่างกันแบบคร่าวๆครับ แมวดาว (Mainland leopard cat - 𝘗𝘳𝘪𝘰𝘯𝘢𝘪𝘭𝘶𝘳𝘶𝘴 𝘣𝘦𝘯𝘨𝘢𝘭𝘦𝘯𝘴𝘪𝘴)- แมวดาวเป็นแมวป่าขนาดเล็กที่ยังไม่ถึงกับเล็กสุดในไทย เล็กที่สุดในไทยยกให้กับแมวป่าหัวแบน (Flat-headed cat) ที่เป็นญาติสนิทกับแมวดาวและเสือปลาแต่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว - แมวดาวมีลำตัวแต้มสีดำเป็นจุดเด่นตามชื่อของมัน ขนตามลำตัวสีออกน้ำตาลเหลือง ขนท้องสีขาวเด่นชัดมาก- แมวดาวมีเส้นลายบนใบหน้ากลางหน้าผากเว้าเล็กน้อย รูปทรงจึงเหมือนกับนาฬิกาทรายและแจกันนั่นเอง ทั้งยังมีแต้มสีขาวตรงขอบลายชัดเจนมาก- แมวดาวนั้นสามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งยังเป็นแมวป่าที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนเสียชีวิตบ่อย และมักเจอลูกแมวดาวกำพร้าตามสวนและพื้นที่เผาไหม้- แมวดาวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เสือปลา (Fishing cat - 𝘗𝘳𝘪𝘰𝘯𝘢𝘪𝘭𝘶𝘳𝘶𝘴 𝘷𝘪𝘷𝘦𝘳𝘳𝘪𝘯𝘶𝘴) - เสือปลาเป็นแมวป่าขนาดกลางที่ตัวใหญ่กว่าแมวดาวอย่างเห็นได้ชัด - เสือปลามีลำตัวสีเทา และลายแต้มเป็นสีเหมือนคราบสนิมหรือสีน้ำตาลชัดกว่าแมวดาวที่เป็นจุดสีดำ ขนท้องก็สีเทาเหมือนกับสีลำตัว - เสือปลามีเส้นลายบนใบหน้ากลางหน้าผากเป็นรูปทรงกระบอกน้ำกว้างไม่เว้าแบบแมวดาว ทั้งแต้มสีขาวบนใบหน้าก็ไม่เด่นเท่าแมวดาว - เสือปลาอาศัยอยู่ตามพื้นที่หนองน้ำและที่ชุ่มน้ำเป็นหลัก และยังเป็นหนึ่งในแมวป่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งแล้ว เหลือในพื้นที่อนุรักษ์ไม่ถึง 6 แห่งในปัจจุบัน จึงมีโอกาสยากที่จะเจอมากกว่าแมวดาวนั่นเอง ประชากรมากสุดคือ พื้นที่ชุ่มน้ำสามร้อยยอด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเสือปลาในพื้นที่อนุรักษ์นี้ทั้งหมด 67 ตัวเท่านั้น- เสือปลาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562แหล่งข้อมูลอ้างอิง แมวดาว https://www.britannica.com/animal/leopard-cathttps://wildcatconservation.org/wild-cats/asia/leopard-cat/https://animalia.bio/leopard-cathttps://wildcatsmagazine.nl/.../asian-leopard-cat.../ เสือปลา https://wildcatconservation.org/wild-cats/asia/fishing-cat/https://nationalzoo.si.edu/animals/fishing-cathttps://www.seub.or.th/bloging/knowledge/2023-178/https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/2023-65/
แมวดาว
เสือปลา

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 22 ก.พ. 25

อ่าน 0 ครั้ง


"ปลาแองเกลอร์" ผู้เกลียดแสงอาทิตย์ เรื่องน่าสนใจของปลาตกเบ็ดใต้ทะเลลึก

"ปลาแองเกลอร์" ผู้เกลียดแสงอาทิตย์ เรื่องน่าสนใจของปลาตกเบ็ดใต้ทะเลลึก

แอดบิวนั่งเกาหัวให้กับตรรกะทุ่งลาเวนเดอร์ที่บอกว่า ปลาแองเกลอร์ว่ายขึ้นมาเพื่ออยากเห็นแสงอาทิตย์ก่อนตายสักครั้งในชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างโรแมนซ์ต่อชีวิตสัตว์โลกมากเกินไป การที่ปลาใต้ทะเลลึกจากโซนทไวไลท์ (ไม่ใช่แวมไพร์ทไวไลท์ซาก้านะ) ขึ้นมาเหนือน้ำบ่งบอกว่ามันกำลังป่วย ร่างกายมีปัญหา หรือตกใจบางอย่างจากเบื้องล่างที่มาจากธรณีภาค และวันนี้แอดบิวจะพาสำรวจเรื่องเพี้ยนเรื่องแปลกของปลาแองเกลอร์กัน1.ข้าไม่ชอบแสง มันจ้า มันร้อน ! : ไหนใครฮัมเสียงพี่ชาคริตกับประโยคตะกี้บ้าง ปลาแองเกลอร์เป็นปลาทะเลลึกที่อยู่ในความลึกประมาณ 200-1,000 เมตร ซึ่งพวกนี้จะใช้ชีวิตหลีกเลี่ยงจากแสงแดดหรือแสงยูวีทั้งสิ้น อันเนื่องด้วยผิวของปลาเหล่านี้บอบบางมากเมื่ออยู่ในทะเลลึกที่ความดันสูงกว่าโซนผิวน้ำ ทำให้พื้นที่ผิวหนังเสื่อมทันทีเมื่อว่ายขึ้นมาเหนือน้ำว่ากันว่า แค่สวมถุงมือสัมผัสปลาแองเกอลร์ก็อาจทำให้ผิวหนังติดมือมาเลย หรือแค่กระแทกกับตู้กระจกก็อาจทำให้มันตายได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยเห็นปลาแองเกลอร์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในสภาพตัวเป็นๆ แต่เรามักเจอในสภาพของตัวดองในโหลมากกว่านั่นเอง ดังนั้นการที่ปลาแองเกลอร์ว่ายขึ้นมาเหนือน้ำถือว่าผิดปกติมาก2.คันเบ็ดเรืองแสง : ปลาแองเกลอร์ส่วนใหญ่จะมีอวัยวะที่เหมือนเสาอากาศเหนือหัวที่สามารถขยับไปมาหน้าหลังได้ เรียกว่า "เอสก้า" (Esca) โดยมันสามารถเรืองแสงได้จากการที่มีแบคทีเรียเรืองแสงมาช่วยให้เจ้าปลาแองเกลอร์สามารถล่าเหยื่อใต้น้ำที่มืดมิดได้นอกจากนี้แล้ว มันยังมีเอาไว้เรียกหาตัวผู้ให้เข้ามาใกล้เพื่อผสมพันธุ์กับตัวเมียด้วย อย่างที่เราทราบกันดีว่า ปลาแองเกลอร์ตัวเมียนั้นตัวใหญ่กว่าตัวผู้เกือบ 40 เท่า และเมื่อตัวผู้เจอตัวเมีย มันจะทำการเข้าประสานร่างรวมกับตัวเมียทันทีจนค่อยๆดูดกลืนเป็นส่วนหนึ่งของตัวเมียไป3.อยู่บนโลกมานาน : ปลาแองเกลอร์อยู่บนโลกนี้ตั้งแต่ช่วง 130 ล้านปีก่อนจนถึงยุคปัจจุบัน เท่ากับว่าเจ้าปลาจำพวกนี้ผ่านช่วงเวลาที่ทีเร็กซ์จัดมวยปล้ำประเคนศึกตัวต่อตัวกับเอ็ดมอนโตซอรัส (𝘌𝘥𝘮𝘰𝘯𝘵𝘰𝘴𝘢𝘶𝘳𝘶𝘴) และผ่านช่วงที่มนุษย์ค้นพบการคุมไฟครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งพวกมันก็เป็นปลาน้ำลึกมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ในปัจจุบัน ปลาแองเกลอร์มีภัยคุกคามน้อยมาก แต่ญาติของมันบางชนิดอย่าง Monkfish (𝘓𝘰𝘱𝘩𝘪𝘶𝘴 𝘴𝘱.) ที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารอันแสนแพงในประเทศแถบเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในเกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่น ตับปลาญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง อังกิโมะ (鮟肝) ก็เป็นของตับปลา Monkfish นั่นเองReferenceAnglerfish Facts / National Geographichttps://www.nationalgeographic.com/.../fish/facts/anglerfishDeep-sea anglerfish / Monterey bay aquariumhttps://www.montereybayaquarium.org/.../deep-sea-anglerfishCREATURE FEATURE : Anglerfish / Ocean Twilight Zonehttps://twilightzone.whoi.edu/.../creature.../anglerfish/"Evolutionary history of anglerfishes (Teleostei: Lophiiformes): a mitogenomic perspective"https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2836326/

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 18 ก.พ. 25

อ่าน 0 ครั้ง


นิวต์หางดาบ สัตว์ผู้โดนปลานิลรุกราน

นิวต์หางดาบ สัตว์ผู้โดนปลานิลรุกราน

สัตว์พื้นถิ่นแห่งกึ่งเขตร้อนโอกินาว่าและอามามิ ประเทศญี่ปุ่นอย่างเจ้านิ้วท์หางดาบหรือนิ้วท์โอกินาว่า (Sword-tail newt, Okinawa newt - 𝘊𝘺𝘯𝘰𝘱𝘴 𝘦𝘯𝘴𝘪𝘤𝘢𝘶𝘥𝘢 𝘱𝘰𝘱𝘦𝘪) กำลังเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ในอนาคต เนื่องด้วยเจ้าสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกถิ่นเดียวนี้โดนปลานิลจากแอฟริกาที่นำเข้ามาเพาะเลี้ยงเป็นแหล่งอาหารคุกคามแหล่งน้ำที่ใช้เติบโตและประชากรลดลงแล้วในปัจจุบันนิ้วท์ชนิดนี้ได้ชื่อมาจากลักษณะของหางใบพายที่เหมือนกับดาบ ตัวยาว 10-14 เซนติเมตรโดยประมาณ ซึ่งหางนี้ใช้สำหรับแยกเพศของตัวผู้และตัวเมียได้ โดยตัวเมียนั้นจะมีหางยาวกว่าตัวผู้เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหางใบพายนั้นมีประโยชน์ช่วยในการว่ายน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะที่หลงเหลือไว้จากระยะวัยลูกอ๊อดจนเติบโต พอโตเต็มที่ก็จะอาศัยอยู่บนบกมากกว่าในน้ำ นิ้วท์หางดาบนั้นก็มีพิษเช่นเดียวกับซาลาแมนเดอร์และนิ้วท์ชนิดอื่นๆนิ้วท์หางดาบชอบอาศัยอยู่ตามพื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำลำธารในป่าฝนเขตร้อน และพื้นที่นาข้าว โดยกินอาหารจำพวกแมลงเป็นอาหารหลัก ที่น่าสนใจคือ อัตราส่วนประชากรเพศของนิ้วท์หางดาบนั้นจะมีโอกาสเจอนิ้วท์ตัวผู้มากกว่านิ้วท์ตัวเมียเสียอีก ในปัจจุบันนั้นประชากรก็มีการฟื้นตัวระดับนึงจากการกำจัดเอเลี่ยนสปีชีส์ แต่ประชากรคนขยายตัวก็มีโอกาสเสี่ยงโดนรถเหยียบตายได้บ่อยครั้งแหล่งข้อมูลอ้างอิงhttps://medium.com/.../amphibian-advocate-sword-tail-newt...https://amphibiaweb.org/cgi/amphib_query...https://okinawanaturephotography.com/sword-tailed-newt.../

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 31 ม.ค. 25

อ่าน 1 ครั้ง


"ปลาซีลาแคนท์" ปลาผู้อยู่บนโลกนานหลายล้านปี

"ปลาซีลาแคนท์" ปลาผู้อยู่บนโลกนานหลายล้านปี

สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก บางจำพวกก็เลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้สามารถมีชีวิตรอดได้ อย่างปลาซีลาแคนท์ (Coelacanth) ปลาหน้าตาประหลาดที่เผ่าพันธุ์ของมันนั้นมีชีวิตรอดข้ามมหายุคมาถึง 3 ครั้งแล้ว ! มันมีชีวิตตั้งแต่ปลาเริ่มขึ้นบก จนถึงไดโนเสาร์ครองโลก และวิวัฒนาการของมนุษยชาติ มันก็ยังคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงปลาซีลาแคนท์เริ่มปรากฎตัวครั้งแรกบนโลกเมื่อช่วงราว 400 ล้านปีก่อนในยุคดีโวเนี่ยนตอนต้น โดยอิงจากหลักฐานของฟอสซิลปลาที่วัดค่าคาร์บอนอายุของหินได้ ปลาซีลาแคนท์วิวัฒนาการแตกสายออกเป็นหลายพวก แต่จะมีวงศ์เดียวที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันคือ วงศ์ Latimeriidaeปลาซีลาแคนท์ในปัจจุบันเหลือแค่ 2 ชนิด ดังนี้1.ปลาซีลาแคนท์เวสต์อินเดีย (West indian ocean coelacanth - 𝘓𝘢𝘵𝘪𝘮𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘤𝘩𝘢𝘭𝘶𝘮𝘯𝘢𝘦): พบได้ในทะเลลึก 180-210 เมตร ในทะเลแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ แถบหมู่เกาะโคโมโรส กึ่งกลางระหว่างเกาะมาดากัสการ์2.ปลาซีลาแคนท์อินโดนีเซีย (Indonesian coelacanth - 𝘓𝘢𝘵𝘪𝘮𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘮𝘦𝘯𝘢𝘥𝘰𝘦𝘯𝘴𝘪𝘴): พบในทะเลระหว่างเกาะสุลาเวสีตอนเหนือ ที่ระดับความลึก 150 เมตรปลาซีลาแคนท์ที่อายุยืนที่สุดอาจจะมีอายุมากถึง 100 ปี แต่อายุเฉลี่ยที่มีการบันทึกจากการศึกษามวลกระดูก พบว่ามันจะมีอายุเฉลี่ยที่ 70 ปี แต่ตัวที่อายุยืนที่สุดที่มีคนจับได้ วัดออกมาอายุ 84 ปี !ปลาซีลาแคนท์ถูกจับครั้งแรกได้เมื่อช่วงปี 1938 นอกชายฝั่งด้านตะวันออกของแอฟริกาใต้ ปลาซีลาแคนท์ไม่มีคุณค่าทางการค้าอย่างแท้จริงนอกเสียจากจะแปรสภาพเป็นวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และการเก็บสะสมส่วนตัวReferenceCoelacanth, Latimeria chalumnae Smith, 1939 by Australian Museumhttps://australian.museum/.../coelacanth-latimeria.../Fish once labeled a 'living fossil' surprises scientists againhttps://www.reuters.com/.../fish-once-labeled-living.../Coelacanths, Living Fossils of the Sea

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 29 ม.ค. 25

อ่าน 0 ครั้ง


"ปลาทอง" ไม่ใช่สัตว์ความจำสั้น ! เรื่องน่าสนใจของปลาทอง

"ปลาทอง" ไม่ใช่สัตว์ความจำสั้น ! เรื่องน่าสนใจของปลาทอง

"ห๊ะ ไม่คุ้นเลย ไปอยู่ไหนมา ยินดีที่ได้รู้จักชื่ออะไรเหรอ ชื่อป็อปเหรอ นี่ก็ชื่อป็อปเหมือนกัน อ่าๆเจอกันๆ" ทุกคนจำประโยคนี้กันไดัแม่นจากไลฟ์โชว์ในตำนาน เป็นเรื่องฉุดคิดและคำถามน่าสนใจว่าจริงๆแล้ว "ปลาทองเป็นสัตว์ความจำสั้นจริงหรือไม่ ?" แน่นอนว่าหลายคนจะตอบว่ามันก็ดูเป็นปลาซื่อๆหน้าตาโง่ๆรอตอดซากุระที่มนุษย์โรยให้บนผิวน้ำ แล้วก็เวลาขยับปากบางคนรู้สึกเหมือนโดนปลาด่า "พ่××" ตลอดเวลาอะไรประมาณนั้น มันคงมีความจำสั้นแค่ 3 วินาทีก็ลืมไปทุกอย่างละ เราจะมาทำความเข้าใจเจ้าปลาทองกันใหัมากๆครับ 1.สมองปลา : สมองของปลานั้นแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตรงที่ปลาไม่มีฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งทำหน้าที่สร้างความทรงจำแบบในนกและสัตว์เลี้ยงลูกนม ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าหากปลาทองไม่มีความจำระยะยาว สมองของปลาทองอาจได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามการวิจัยพบว่าในสมองปลามีโครงสร้างทางประสาท “แพลเลียม” (Pallium) อยู่ด้านข้างทำหน้าที่ในการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์และประสบการณ์ อีกทั้งปลาทองยังมีโครงสร้างหน่วยความจำที่คล้ายกับโครงสร้างที่ช่วยในการสร้างอารมณ์ด้วย มหัศจรรย์สุดๆ 2.ปลาทองเมมโมรี่เยอะ : คนเชื่อว่าปลาทองความจำสั้นแค่ 3 วินาที แต่จริงๆแล้วนักวิจัยและนักชีววิทยาได้ทำการทดลองพฤติกรรมและความฉลาดของปลาทอง พบว่าปลาทองมีความจำแม่นนาน 3 เดือน และที่พีคที่สุดก็คือ ปลาทองนี่สามารถจะจดจำเวลากินอาหารตัวเองได้ด้วย ส่วนหนึ่งของการวิจัยจะฝึกให้ปลาทองว่ายมาที่คันโยกที่ให้อาหารอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องจะถูกหย่อนลงมาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ในการทดลองปรากฏว่าปลาทองสามารถจดจำได้และมันจะว่ายมาที่เครื่องในเวลาเดิมของทุกวันเท่านั้น แสดงให้เห็นว่ามันเรียนรู้เวลาด้วยเช่นกัน ไม่ได้กินฟุ่มเฟื่อยแบบจำสั้นว่าตัวเองกินไปตอนไหน แต่ปลาทองรู้เวลากิน 3.เลโก้พิสูจน์ความจำ : ก่อนหน้าการวิจัยนี้ เคยมีเด็กช่างสังเกตคนนึงเขาทำการศึกษาเจ้าปลาทองแสนรักของเขาในบ้าน โดยก่อนเขาจะให้อาหารปลาทองของตัวเอง เขาจะใส่ตัวต่อเลโก้สีแดงเข้าไปก่อนหนึ่งตัว แล้วค่อยโรยอาหารไว้รอบๆ ซึ่งในช่วงแรกปลาทองเกิดอาการหวาดกลัว แต่หลังทำการทดลองประมาณ 2-3 สัปดาห์ปลาทองก็จำได้ว่าถ้าหากตัวต่อสีแดงถูกหย่อนลงมา แปลว่ามันกำลังจะได้กิน แล้วเขาก็หยุดทดลองหนึ่งสัปดาห์ พอกลับมาหย่อนเลโก้ลงไป เจ้าปลาทองก็ว่ายไปกินอาหารทันทีที่เห็นเลโก้4.นานกว่านั้น : แต่ว่าบางงานวิจัยก็บอกว่า ปลาทองน่ะความจำยาวกว่านั้นอีก ไม่ใช่ 3 เดือน และก็ไม่ใช่ 3 วินาทีด้วย แต่อาจเป็น 6 เดือนเลย ! เป็นงานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีของอิสราเอลแสดงให้เห็นว่าปลาทองมีความทรงจำที่ยาวนานกว่านั้น หลังทำการวิจัยโดยฝึกลูกปลาทองให้ฟังเสียงเรียกจากลำโพงก่อนที่จะกินอาหาร จากนั้นเมื่อมันจดจำเสียงเรียกได้ นักวิจัยก็ปล่อยให้มันใช้ชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติเอง จนกระทั่งมันโตขึ้น ต่อมาอีกราว 6 เดือน นักวิจัยได้ลองเปิดลำโพงใช้เสียงเรียกพวกมันอีกครั้ง ผลปรากฏว่ามันยังคงว่ายน้ำตามเสียงเพื่อกินอาหารอยู่ บ่งบอกว่าปลาทองน่ะความจำดีและยาวนานด้วย เราควรมองปลาทองใหม่กันได้แล้วครับ ความจำดีกว่าตอนเราจำวันเกิดแฟนหรือวันครบรอบเป็นแฟนของมนุษย์กันอีก ! ReferenceGoldfish three-second memory myth busted. https://www.abc.net.au/.../goldfish-three-second.../1046710Do Goldfish Really Have A Three-Second Memory?https://www.iflscience.com/do-goldfish-really-have-a...Three-second memory myth: Fish show they can remember things for up to five months. https://www.dailymail.co.uk/.../Three-second-memory-myth...

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 29 ม.ค. 25

อ่าน 0 ครั้ง


ฉลามเลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? คู่มือการเลี้ยงปลาฉลามในตู้สำหรับมือใหม่จาก Repttown

ฉลามเลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? คู่มือการเลี้ยงปลาฉลามในตู้สำหรับมือใหม่จาก Repttown

คู่มือการเลี้ยงปลาฉลามในตู้สำหรับมือใหม่จาก Repttownปลาฉลามเป็นสัตว์น้ำที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยความลึกลับ แม้จะดูเหมาะกับการอยู่ในมหาสมุทร แต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่สามารถเลี้ยงในตู้ปลาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย หากคุณสนใจเลี้ยงปลาฉลามในไทย บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ที่เหมาะสม การดูแล และกฎหมายที่เกี่ยวข้องปลาฉลามที่สามารถเลี้ยงได้ในไทย1. ปลาฉลามแบมบู (Bamboo Shark)ชื่อวิทยาศาสตร์: Chiloscyllium spp.ลักษณะเด่น: ลำตัวยาวเรียว มีลายแถบสีดำและน้ำตาลความยาว: 70-120 เซนติเมตรความเหมาะสม: ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและเลี้ยงง่าย2. ปลาฉลามอีพอเล็ต (Epaulette Shark)ชื่อวิทยาศาสตร์: Hemiscyllium ocellatumลักษณะเด่น: มีจุดวงกลมสีดำที่ครีบอก ดูเหมือนดวงตาเสริมเพื่อป้องกันศัตรูความยาว: 90-110 เซนติเมตรความเหมาะสม: เหมาะสำหรับตู้ปลาขนาดใหญ่3. ปลาฉลามกบ (Bullhead Shark)ชื่อวิทยาศาสตร์: Heterodontus spp.ลักษณะเด่น: หัวใหญ่ รูปร่างป้อม มีลวดลายสีน้ำตาลเข้มสลับดำความยาว: 70-150 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับชนิดย่อย)ความเหมาะสม: ทนทานและไม่ต้องการพื้นที่ว่ายน้ำมาก4. ปลาฉลามพอร์ตแจ็กสัน (Port Jackson Shark)ชื่อวิทยาศาสตร์: Heterodontus portusjacksoniลักษณะเด่น: มีลายเส้นสีดำบนพื้นลำตัวสีเทา รูปร่างคล้ายฉลามกบความยาว: 90-170 เซนติเมตรถิ่นกำเนิด: ชายฝั่งออสเตรเลียความเหมาะสม: เหมาะสำหรับตู้ขนาดใหญ่ที่สามารถรักษาคุณภาพน้ำได้ดี5.ปลาฉลามแบล็กทิปรีฟ (Blacktip Reef Shark)ชื่อวิทยาศาสตร์: Carcharhinus melanopterusลักษณะเด่น: ปลายครีบสีดำ ตัวยาวและลื่นความยาว: 150-180 เซนติเมตรความเหมาะสม: เหมาะสำหรับตู้ที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก6. ปลาฉลามวอบบีกอง (Wobbegong Shark)ชื่อวิทยาศาสตร์: Orectolobus spp.ลักษณะเด่น: รูปร่างแบนคล้ายพรม มีลวดลายพรางตัว สีพื้นน้ำตาลเทาความยาว: 100-300 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับชนิดย่อย)ถิ่นกำเนิด: ออสเตรเลียและอินโด-แปซิฟิกความเหมาะสม: นิยมสำหรับผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์และพื้นที่เลี้ยงขนาดใหญ่ข้อควรรู้ก่อนเริ่มเลี้ยงปลาฉลามพื้นที่ตู้ปลาปลาฉลามต้องการพื้นที่ว่ายน้ำที่กว้างขวาง ตู้ควรมีขนาดตั้งแต่ 1,000 ลิตรขึ้นไปตู้ทรงกลมหรือมุมโค้งช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากการชนคุณภาพน้ำความเค็ม: 1.020-1.025อุณหภูมิ: 24-27 องศาเซลเซียสควบคุมค่าแอมโมเนีย ไนไตรต์ และไนเตรตอย่างเข้มงวดการจัดตู้ใช้พื้นทรายละเอียดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเพิ่มที่หลบซ่อน เช่น ถ้ำหิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ปลอดภัยอาหารอาหารสด: ปลาเล็ก กุ้ง ปลาหมึกอาหารแช่แข็ง: ต้องละลายน้ำและปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกฎหมายเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาฉลามในไทยการนำเข้าและครอบครองการนำเข้าปลาฉลามต้องได้รับอนุญาตจากกรมประมงบางชนิดต้องตรวจสอบว่าอยู่ในบัญชี CITES หรือไม่ข้อกำหนดสถานที่เลี้ยงตู้ปลาหรือบ่อเลี้ยงต้องมีมาตรฐานและปลอดภัยห้ามเลี้ยงในพื้นที่ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนสายพันธุ์ต้องห้ามห้ามเลี้ยงปลาฉลามที่จัดเป็นสัตว์คุ้มครอง เช่น ฉลามวาฬ (Rhincodon typus) และฉลามหัวค้อน (Sphyrna spp.)การจำหน่ายและส่งออกการจำหน่ายหรือส่งออกปลาฉลามต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมประมงวิธีการเลี้ยงปลาฉลามในตู้เตรียมระบบตู้ใช้ระบบกรองน้ำที่ดี เช่น ระบบกรองชีวภาพ และโปรตีนสกิมเมอร์ตั้งค่าตู้ล่วงหน้า 4-6 สัปดาห์เพื่อให้ระบบน้ำมีความเสถียรการให้อาหารให้อาหาร 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ป้อนด้วยคีมหรือแหนบเพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกกัดการดูแลสุขภาพตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นประจำหากพบปลาว่ายผิดปกติหรือมีแผล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคำถามที่พบบ่อยQ: ปลาฉลามเลี้ยงยากไหม?A: ปลาฉลามต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น พื้นที่กว้าง คุณภาพน้ำ และอาหารสด เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์Q: ปลาฉลามราคาเท่าไหร่?A: ราคาปลาฉลามขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 บาทไปจนถึงหลายหมื่นบาทQ: ปลาฉลามสามารถอยู่กับปลาชนิดอื่นได้หรือไม่?A: ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แต่โดยทั่วไปควรเลี้ยงแยกเพื่อลดความเสี่ยงต่อการล่าหากคุณสนใจเลี้ยงปลาฉลามหรือกำลังมองหาอุปกรณ์คุณภาพสูง สามารถติดต่อทีมงาน Repttown เพื่อขอคำปรึกษาและจัดหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเลี้ยงปลาฉลามของคุณได้ที่ www.repttown.com

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 17 ม.ค. 25

อ่าน 13 ครั้ง


ปลาทะเลเลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? - คู่มือการเลี้ยงปลาทะเลสำหรับมือใหม่จาก Repttown

ปลาทะเลเลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? - คู่มือการเลี้ยงปลาทะเลสำหรับมือใหม่จาก Repttown

คู่มือการเลี้ยงปลาทะเลสำหรับมือใหม่จาก Repttownปลาทะเลถือเป็นสัตว์น้ำที่มีความสวยงามและหลากหลายชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการจัดตู้ปลาให้มีสีสันและความมีชีวิตชีวา แม้ว่าการเลี้ยงปลาทะเลอาจดูซับซ้อนกว่าปลาน้ำจืด แต่ด้วยความรู้ที่ถูกต้องและการเตรียมตัวที่ดี คุณก็สามารถสร้างระบบนิเวศขนาดเล็กที่สมบูรณ์แบบในบ้านของคุณได้ลักษณะเด่นของปลาทะเลสีสันสดใส: ปลาทะเลมีสีสันที่หลากหลายและโดดเด่น เช่น ปลานกแก้ว ปลาสิงโต และปลาการ์ตูนความหลากหลายของชนิด: ปลาทะเลมีมากกว่า 20,000 สายพันธุ์ ตั้งแต่ปลาขนาดเล็กจนถึงปลาขนาดใหญ่ระบบนิเวศเฉพาะ: การเลี้ยงปลาทะเลต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับทะเล เช่น การควบคุมความเค็ม อุณหภูมิ และแสงข้อควรรู้ก่อนเริ่มเลี้ยงปลาทะเลการเลือกชนิดของปลาเริ่มต้นด้วยปลาที่เลี้ยงง่าย เช่น ปลาการ์ตูน (Clownfish) หรือปลาแองเจิล (Angel Fish)หลีกเลี่ยงปลาที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือปลาที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษขนาดตู้ปลาควรใช้ตู้ปลาขนาด 100 ลิตรขึ้นไปเพื่อให้ระบบนิเวศมีความสมดุลเลือกตู้ที่มีระบบกรองน้ำแบบครบวงจรการดูแลคุณภาพน้ำความเค็มของน้ำควรอยู่ที่ 1.020-1.026 (วัดด้วยไฮโดรมิเตอร์)ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 24-27 องศาเซลเซียสเปลี่ยนน้ำประมาณ 10-15% ทุก 1-2 สัปดาห์วิธีการเลี้ยงปลาทะเลอุปกรณ์ที่จำเป็นตู้ปลา: เลือกตู้ขนาดใหญ่เพื่อรองรับปลาและระบบนิเวศระบบกรองน้ำ: ระบบกรองชีวภาพ (Biological Filter) และโปรตีนสกิมเมอร์ (Protein Skimmer) เพื่อกำจัดของเสียเครื่องควบคุมอุณหภูมิ: ฮีตเตอร์และพัดลมระบายความร้อนแสงสว่าง: เลือกหลอดไฟ LED ที่เหมาะสำหรับตู้ปลาทะเล เช่น แสงสีฟ้าหรือแสงเต็มสเปกตรัมหินเป็นและทรายทะเล: ใช้หินเป็น (Live Rock) เพื่อช่วยในกระบวนการกรองธรรมชาติการจัดตู้ปลาทะเลตั้งค่าตู้ปลาเติมน้ำทะเลที่ปรุงจากเกลือสำหรับปลาทะเลตั้งค่าอุปกรณ์ทั้งหมดและตรวจสอบว่าเครื่องทำงานปกติรันระบบกรองน้ำประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนปล่อยปลาเพิ่มปลาใส่ปลาครั้งละ 1-2 ตัวเพื่อให้ระบบกรองปรับตัวใช้วิธีปรับอุณหภูมิ (Acclimation) โดยการแช่ถุงปลาลงในตู้เพื่อปรับอุณหภูมิก่อนปล่อยปลาการดูแลประจำวันให้อาหาร 1-2 ครั้งต่อวันในปริมาณที่พอดีตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นประจำอาหารและโภชนาการอาหารสด: เช่น ไรทะเลหรือกุ้งฝอยอาหารแช่แข็ง: เช่น อาร์ทีเมียแช่แข็งอาหารสำเร็จรูป: เม็ดหรือเกล็ดสำหรับปลาทะเลคำแนะนำ: ให้ปลากินอาหารหลากหลายชนิดเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนโรคที่พบบ่อยในปลาทะเลโรคจุดขาว (Marine Ich)อาการ: จุดสีขาวบนตัวปลาวิธีรักษา: เพิ่มอุณหภูมิของน้ำและใช้ยาฆ่าเชื้อโรคเชื้อราอาการ: มีคราบขาวบนตัวปลาวิธีรักษา: ใช้ยารักษาโรคเชื้อราในปลาทะเลปัญหาเหงือกบวมอาการ: ปลาหายใจเร็ววิธีรักษา: ปรับคุณภาพน้ำและลดความเครียดของปลาคำถามที่พบบ่อยQ: เลี้ยงปลาทะเลยากกว่าปลาน้ำจืดหรือไม่?A: เลี้ยงยากกว่าเล็กน้อยเนื่องจากต้องควบคุมคุณภาพน้ำและความเค็มอย่างแม่นยำQ: ปลาทะเลราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่?A: ปลาทะเลบางชนิดราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 200-500 บาท แต่ปลาหายากอาจมีราคาหลักพันถึงหลักหมื่นQ: ปลาทะเลเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือไม่?A: เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ศึกษาข้อมูลและมีอุปกรณ์ครบถ้วนหากคุณสนใจจัดตู้ปลาทะเลหรือกำลังมองหาอุปกรณ์คุณภาพสำหรับดูแลปลาทะเลของคุณ สามารถเยี่ยมชมเราได้ที่ www.repttown.com เราพร้อมช่วยให้คุณเริ่มต้นการเลี้ยงปลาทะเลได้อย่างมั่นใจ!

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 17 ม.ค. 25

อ่าน 5 ครั้ง


วิธีการเพาะปลากัด เคล็ดลับการเพาะพันธุ์ปลากัด: การเลือกพ่อแม่พันธุ์ การดูแลลูกปลา และวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้อง

วิธีการเพาะปลากัด เคล็ดลับการเพาะพันธุ์ปลากัด: การเลือกพ่อแม่พันธุ์ การดูแลลูกปลา และวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้อง

ปลากัดถือเป็นปลาสวยงามที่มีความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ การเพาะพันธุ์ปลากัดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่เหมาะสม การเตรียมสภาพแวดล้อม และการดูแลลูกปลาในระยะเริ่มต้นอย่างถูกวิธี บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเคล็ดลับเหล่านี้อย่างละเอียด1. การคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์การเลือกพ่อแม่พันธุ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของลูกปลา ปลากัดควรมีอายุ 4-6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าปลามีความสมบูรณ์ทางกายภาพและพร้อมต่อการเพาะพันธุ์ลักษณะพ่อพันธุ์: เลือกปลาที่แข็งแรง มีความคล่องตัวสูง และไม่มีร่องรอยของโรค มีการสร้างหวอดบนผิวน้ำลักษณะแม่พันธุ์: เลือกปลาที่มีลำตัวอวบสมบูรณ์ ท้องมีไข่ชัดเจน และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เช่น การไล่ปลา2. การเพาะพันธุ์ปลากัดการเพาะพันธุ์ปลากัดต้องแยกพ่อแม่พันธุ์ออกจากกันก่อนนำมาเข้าคู่ เพื่อกระตุ้นให้ปลามีความพร้อมในการผสมพันธุ์เตรียมบ่อหรือภาชนะใส่น้ำสะอาดใส่ใบตองหรือใบไม้น้ำเพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติแนะนำให้นำพ่อพันธุ์ลงก่อน 1-2 วันเพื่อปรับตัว3. การอนุบาลลูกปลากัดหลังจากปล่อยให้พ่อพันธุ์ดูแลไข่จนฟักเป็นตัว ลูกปลาควรได้รับการอนุบาลในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้อาหารที่ย่อยง่าย เช่น ไรแดงหมั่นเปลี่ยนน้ำสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงของโรค4. วิธีการเลี้ยงปลากัดใช้ภาชนะที่เหมาะสม เช่น โหลแก้ว หรือบ่อขนาดเล็กเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 1 ครั้งให้อาหารวันละ 1-2 ครั้ง และไม่ควรให้เกินความจำเป็นสรุปการเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลากัดให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องยาก หากมีการวางแผนและดูแลอย่างถูกต้อง นอกจากจะได้ลูกปลาที่แข็งแรงและสวยงามแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับการเลี้ยงปลากัดในเชิงพาณิชย์อีกด้วยหากต้องการขายสัตว์เลี้ยงสามารถลงขายได้ที่ Repttown.com ใช้งานง่าย ลงขายฟรี มีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 35,000 Users/เดือน มีฟาร์มชั้นนำไม่ต่ำกว่า 1,000 ฟาร์มทั่วไทย

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 1 ครั้ง

REPTALES v1.0.2 by ReptTown
All Right Reserved