ตารางสรุปอาหารยี่ห้อต่างๆในประเทศไทย
https://docs.google.com/spreadsheets/d/1-DVVJn2pOLERs7GoZlUb7CVEO4HyIHAEtIXJlKcvrcI/edit?usp=sharing
การเลือกอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อสุขภาพที่ดีของหนูในระยะยาว ในธรรมชาติหนูแฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะธัญพืชหลากชนิด แมลง และพืชชนิดต่างๆด้วยการเดินหา (forage) เป็นระยะทางไกลหลายกิโลเมตรต่อคืนและนำกลับมาเก็บไว้ในรังเพื่อเก็บไว้กิน
#หลักในการเลือกอาหารแฮมสเตอร์
เมื่อเรานำแฮมสเตอร์มาเลี้ยง ก็มีการพัฒนาอาหารนี่ห้อต่างๆเพื่อเลียนแบบการหากินในธรรมชาติ
หลายๆยี่ห้อจะโฆษณาว่าสารอาหารครบถ้วน คุณภาพดี Best Seller สำหรับหนูทุกวัย all natural ฯลฯ อะไรก็ว่าไป แต่มันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือพลิกหลังซองมาอ่าน
แฮมสเตอร์ต้องการอาหารที่มีค่าโภชนาการ (guaranteed analysis)
- โปรตีน 17-22%
- ไขมัน 4-7%
- ไฟเบอร์ 8-15%
อาหารที่เรานำมาให้ควรมีความหลากหลายในส่วนประกอบ ทำจากธัญพืช และมีส่วนประกอบของโปรตีนจากสัตว์ เช่น แมลง เนื้อสัตว์ หรือไข่ แต่ไม่ควรมีหญ้าแห้งอยู่ในปริมาณมากเนื่องจากแฮมสเตอร์ไม่สามารถย่อยหญ้าและดึงสารอาหารออกมาได้ดีเท่าเมล็ดพืช
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ส่วนผสมไม่ชัดเจน เช่น เขียนแค่ extruded pellets (อาหารขึ้นรูป) หรือมีส่วนผสมที่ไม่มีคุณภาพ เช่น by products (ผลพลอยได้จากเนื้อสัตว์)
อาหารแฮมสเตอร์จะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้2ชนิด ได้แก่
- อาหารที่ทำจากเมล็ดพืช/ธัญพืชผสม (seed mix)
ทำจากเมล็ดพืชและธัชพืชหลากชนิด โดยส่วนผสมในอาหารยี่ห้อจะเรียงจากมากไปน้อย เช่น อาหารยี่ห้อAทำมาจาก ข้าวสาลี ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ต แปลว่าอาหารมีปริมาณของข้าวสาลีมากที่สุด ในอาหารแบบนี้มักมีอาหารเม็ดขึ้นรูปผสมมาด้วยเพื่อเพิ่มโปรตีนและวิตามินที่อาจมีไม่ครบในเมล็ดพืชเดี่ยวๆ
อาหารชนิดนี้มีข้อดีเรื่องความหลากหลาย แต่แฮมสเตอร์ก็สามารถเลือกกินแต่ชนิดที่ชอบได้ ปัญหาของseed mixโดยทั่วไปคือมีปริมาณโปรตีนที่ต่ำมาก (บางยี่ห้อแค่10%) ทำให้การให้ชนิดนี้อย่างเดียวไม่เพียงพอ
- อาหารเม็ดสำเร็จรูป (lab block)
เป็นอาหารที่ออกแบบมาเพื่อให้หนูได้รับสารอาหารครบจบในเม็ดเดียว ตัดปัญหาการเลือกกิน ข้อดีคือมักมีปริมาณโปรตีนที่สูงมาก นำมาให้คู่กับseed mixเพื่อปิดข้อด้อยตรงนี้ได้ สามารถนำมาแช่น้ำป้อนหนูป่วย/แก่ได้ แต่ตวามหลากหลายต่ำ
#ทำไมต้องผสมอาหาร
การผสมอาหาร ไม่ใช่แค่จับยี่ห้ออะไรก็ได้3อันเทรวมกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ
สิ่งที่เราอยากได้คืออาหารที่ 1. มีคุณภาพ 2. ค่าโภชนาการถูกต้อง 3. มีความหลากหลายสูง
ถ้าอาหารยี่ห้อสามารถให้เดี่ยวได้หากปัจจัยเหล่านี้มีครบ แต่ส่วนมากจะไม่ ดังนั้นเราเลยควรนำอาหารมาผสมกันเพื่อนำข้อดีของอาหารยี่ห้อนึงมาปิดข้อด้อยของอีกยี่ห้อ
การผสมอาหารควรจะมีการคำนวน อ่านเพิ่มเติมได้ในโพสนี้ของเพจ Hamsday ค่ะ https://www.facebook.com/298352837722906/posts/543524773205710/
ยกตัวอย่างอาหาร A ที่เป็นธัญพืชผสมที่ไม่ได้หลากหลายมาก โปรตีนพอประมาณ อาจจะเอามาผสมกับธัญพืชยี่ห้อ B ที่มีความหลากหลายสูง และlab blockยี่ห้อ C เพื่อเพิ่มโปรตีน
สำหรับสารอาหารของยี่ห้อต่างๆ อ่านจากสรุปได้ในลิ้งค์นี้ค่ะ
https://docs.google.com/.../1-DVVJn2pOLERs7GoZlUb7CV.../edit
จะสังเกตได้ว่าอาหารบางชนิดมีผู้ผลิตเดียวกัน แต่แตกแบรนด์ออกมาหลากหลาย อาหารเหล่านี้มักมีส่วนผสมคล้ายกัน ดังนั้นการนำอาหารจากผู้ผลิตเดียวกันมาผสมมักจะไม่ได้ช่วยเรื่องความหลากหลายเท่าไหร่
ถ้านึกไม่ออกว่าจะผสมแบบไหน ก็ผสมตามสูตรในโพสนี้ได้เลยค่ะ
https://www.facebook.com/100970941288027/posts/440888033962981/
#อาหารผสมตามเพจต่างๆ
การให้อาหารผสมหลายๆยี่ห้อที่ตามเพจต่างๆผสมไว้เสร็จแล้วเป็นทางเลือกหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในปัจจุบันโดยเฉพาะในคนที่เลี้ยงหนูเพียงไม่กี่ตัว เนื่องจากมีความหลากหลายในยี่ห้ออาหารโดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องซื้อแบบถุงเต็มมาหลายถุงที่อาจหมดอายุก่อนหนูกินหมด อีกทั้งยังผสมผักผลไม้อบแห้งและธัญพืชอื่นๆที่อาจจะไม่เจอในอาหารมียี่ห้อทั่วไป
แต่ทีนี้ อาหารผสมตามเพจไม่ใช่ว่าจะดีทุกเจ้า เนื่องจากสูตรและสัดส่วนจะต่างกัน และที่สำคัญคืออาหารจะไม่มีค่าโภชนาการ (guaranteed analysis) มาเหมือนกับอาหารยี่ห้อ หลักที่ควรจะต้องดูได้แก่
#ยี่ห้ออาหารที่ใช้ผสม เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพอาหารและสารอาหาร ถ้ายี่ห้ออาหารที่เอามาผสมไม่ได้คุณภาพ ก็ไม่มีทางที่อาหารผสมนั้นจะออกมาดีได้เลย
#ปริมาณอาหารเม็ดสำเร็จรูป (lab block) และอาหารยี่ห้อเมื่อเทียบกับธัญพืชที่ผสมเพิ่ม ในอาหารผสมที่มีแต่ธัญพืชอย่างเดียวมักจะมีปริมาณโปรตีนที่ต่ำเกินไปและอาจมีวิตามินบางชนิดไม่ครบถ้วน ในอาหารยี่ห้อจะแก้ตรงจุดนี้ด้วยการเติมอาหารอัดเม็ดเข้าไปเพื่อปรับสัดส่วนตรงนี้
#ปริมาณผักผลไม้อบแห้ง ส่วนนี้มีบ้างก็ดีเพื่อความหลากหลาย แต่ไม่ควรเกิน 10-20%ของปริมาณอาหารทั้งหมด บางเจ้าจะใส่ผักผลไม้เยอะๆเพื่อให้หน้าตาน่าทาน แต่ก็จะทำให้สารอาหารผิดเพี้ยนได้ (โปรตีนและไขมันต่ำลง ไฟเบอร์สูงขึ้น)
#ปริมาณส่วนผสมโปรตีนสูง เช่น หนอนนก แมลงอบแห้ง ปลาแห้ง กุ้งแห้ง เต้าหู้อบ ไข่ผงควรจะมีในอาหารเพราะแฮมสเตอร์ต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แต่หากมีมากเกินไปจะทำให้ปริมาณไขมันมากเกิน ส่งผลให้หนูอ้วนเกินได้
#ปริมาณถั่ว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง และเมล็ดดอกคำฝอย มีกรดไขมันจำเป็นและเป็นที่ชื่นชอบของหนูแฮมสเตอร์ แต่ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้ไขมันมากเกิน และการเก็บรักษาที่ไม่ดีจะทำให้มีเชื้อราที่สร้างสารก่อมะเร็ง(aflatoxin)ได้
#ไม่ควรมีส่วนผสมของขนม เช่น ขนมเนื้ออบ ทาโร่ ขนมไข่ป๊อบ ผลไม้อบแห้งที่เคลือบน้ำตาล ฯลฯ เพราะมักถูกใส่เพื่อเพิ่มสีสันและความน่ากิน แต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในอาหารเลย พอผสมมาแล้วทำให้เราคุมปริมาณขนมไม่ได้ ทำให้หนูได้รับน้ำตาลและไขมันมากเกินความจำเป็น และอาจติดขนมจนไม่ทานอาหารหลักได้
#วิธีการให้อาหาร
- ปริมาณ 5-7 กรัมในหนูพันธุ์ไจแอนท์ 3-5 กรัมในหนูพันธุ์แคระ ไม่ควรให้เยอะไปเพื่อป้องกันโรคอ้วนและการเลือกกิน
- สามารถให้ในถ้วยเพื่อสังเกตปริมาณ หรือโปรยในกรงเพื่อกระตุ้นการforagingก็ได้
- รอให้หนูกินอาหารจนหมดเสมอก่อนให้เพิ่ม ป้องกันการเลือกกินแค่สิ่งที่ชอบ