ทำความเข้าใจกับสีต่างๆในหนูแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรียน
หนูแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรียน หรือโกลเด้นแฮมสเตอร์ หรือพันธุ์ไจแอนท์ที่เรารู้จักกันมีสีสันที่เยอะมาก รวมๆกันน่าจะเกินร้อย จะให้นั่งท่องก็ปวดหัว หลายๆคนเลยไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เราอาจจะมีพ่อแม่คู่นึง ผสมมาลูกดันออกมาสีดำยกครอกบ้าง ออกมาสีเหมือนหนูกรงข้างๆบ้าง ได้แต่คิดว่าคงเป็นสีปู่ย่าตายายแหละแล้วก็จบ โดยที่ไม่เข้าใจว่าแต่ละสีความเป็นมามันเป็นยังไง เราเลยตั้งในเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนเข้าใจในสีหนูมากขึ้น สามารถรู้ได้ว่าหนูตัวเองสีอะไร และเพื่อการพัฒนาสายพันธุ์ในอนาคต
ตารางสี https://www.facebook.com/100970941288027/posts/508542143864236/
#สีโกลเด้น
ในหนูทุกสายพันธุ์ จะมีสีเบสิกคือสีที่พบได้ในธรรมชาติ ในไจแอนท์ สีนั้นคือสีโกลเด้น (golden) ชื่อofficialของแฮมสเตอร์พันธุ์นี้เป็น Golden hamster ก็เพราะเหตุนี้ ในพันธุ์แคมเบลและวินเทอร์ไวท์คือสีนอมอล (normal) ส่วนพันธุ์โรโบคือสีอะกูติ (agouti)
สีโกลเด้นเป็นสีที่จัดอยู่ในกลุ่มสีอะกูติ (agouti) หมายถึงสีที่มีลักษณะหลายเฉดในตัวเดียว และขนหนึ่งเส้นจะมีแบ่งได้สามโซน คือสีปลายขน (ticking) สีขน และสีขนชั้นใน (undercoat/base colour)
ลักษณะลวดลายจะประกอบไปด้วย
- สีหลัก (top coat)
- สีเข้มข้างแก้ม (cheek flashes)
- สีอ่อนข้างแก้ม (crescent)
- สีอก (chest band)
- สีใต้ท้อง (underbelly)
- สีหู (ear colour)
- สีตา (eye colour)
ทั้งหมดนี้ เราสามารถแบ่งสีออกมาได้เป็น4ส่วนหลัก คือสีน้ำตาล สีดำ สีขาว และสีตา ยีนสีแต่ละตัวจะมีผลต่างกันที่สีในแต่ละส่วน สีโกลเด้นถือเป็นสีที่เกือบจะเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับทุกสีในสายพันธุ์
#ยีนเด่นยีนด้อยทำงานอย่างไร
ยีนด้อย ไม่ได้หมายความว่ายีนที่ไม่ดี แค่เป็นลักษณะการถ่ายทอดยีนรูปแบบนึงเท่านั้น การนำหนูที่มีสีที่นับเป็นยีนด้อยสองตัวมาผสมกันไม่มีผลต่อสุขภาพ
ยีนที่กำหนดสีขนของหนูนั้นอยู่บนโครโมโซมและถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ไปสู่ลูก สีบางสีจะอยู่บนโครโมโซมที่ไม่เกี่ยวกับเพศ (autosome) บางสีจะอยู่บนโครโมโซมXหรือY(sex chromosome) โครโมโซมนั้นจะมีอยู่ด้วยกันเป็นคู่ซึ่งขาแต่ละข้างมาจากพ่อและแม่อย่างละหนึ่ง ส่วนยีนของแต่ละสีจะอยู่บนตำแหน่งที่ต่างกันบนโครโมโซมอีกที เรียกว่า locus และในแต่ละlocusจะมียีนอยู่ด้วยกันหลายๆเวอร์ชั่น เรียกว่า allele ในหนูแต่ละตัวนั้นจะต้องมีalleleครบ1คู่ในแต่ละlocus (ได้มาจากพ่อและแม่) ทั้งหมดรวมกันแสดงออกมาเป็นสีขน
Allele ของสีแต่ละสีมีความเด่นความด้อยไม่เท่ากัน ยีนที่เป็นยีนเด่นจะเขียนด้วยตัวอักษรใหญ่ ยีนด้อยจะเขียนด้วยตัวอักษรเล็ก
ยีนเด่น (dominant gene) นั้นหมายความว่าการที่จะแสดงลักษณะสีนั้นๆออกมาได้จะต้องได้รับการถ่ายทอดยีนนั้นมาเพียงalleleเดียวคือจากพ่อหรือแม่ข้างเดียวก็พอ โดยที่ไม่สนว่าอีกข้างจะเป็นยีนอะไร ในขณะที่ยีนด้อย (recessive gene) นั้นหมายความว่าจะต้องได้รับยีนจากทั้งพ่อและแม่ให้ครบ2 alleleจึงจะแสดงสีนั้นๆได้
ยกตัวอย่างเช่น A locus มี allele อยู่สองแบบ คือ A กับ a
A=สีโกลเด้น(ยีนเด่น) a=สีดำ(ยีนด้อย)
ถ้าเราอยากได้หนูสีโกลเด้น หนูตัวนั้นจะมียีนเป็น AA หรือ Aa ก็ได้ คือมีalleleสีโกลเด้น1หรือ2ข้างก็ได้ ส่วนถ้าอยากได้สีดำ จะต้องมียีน aa คือมีalleleสีดำ2ข้าง
#วิธีการคิดว่าลูกจะออกมาสีอะไร
อย่างที่บอกไว้ หนูแต่ละตัวจะได้ยีนมาจากฝั่งพ่อและแม่อย่างละข้าง ดังนั้นถ้าเรารู้ว่าพ่อแม่สีอะไร แฝงยีนอะไร ก็จะสามารถคำนวนคร่าวๆว่าในครอกนั้นจะออกมาสีอะไรบ้าง วิธีนั้นคือการใช้ Punnett square ซึ่งเป็นการเอายีนของพ่อและแม่มาแยกเป็นสองอัน แล้วลองดูว่าถ้าได้ยีนแต่ละข้างของพ่อและแม่รวมกัน ลูกจะออกมาสีอะไร
ยกตัวอย่าง
หนูคู่ที่1
พ่อสีโกลเด้นล้วน ไม่มียีนสีดำแฝง ยีนจะเขียนออกมาได้ว่า AA
แม่สีดำล้วน ยีนจะเขียนออกมาได้ว่า aa
มาเข้า Punnett square ลูกๆทุกตัวจะออกมาเป็นยีน Aa แปลว่าลูกทุกตัวจะออกมาสีโกลเด้นล้วน แฝงสีดำ
หนูคู่ที่2
พ่อสีโกลเด้นแฝงสีดำ ยีนจะเขียนออกมาได้ว่า Aa
แม่สีดำล้วน ยีนจะเขียนออกมาได้ว่า aa
มาเข้า Punnett square ลูกๆครึ่งนึงจะออกมาเป็นยีน Aa คือสีโกลเด้นล้วน แฝงสีดำ อีกครึ่งเป็นยีน aa คือสีดำล้วน
หนูคู่ที่3
พ่อสีโกลเด้นแฝงสีดำ ยีนจะเขียนออกมาได้ว่า Aa
แม่สีโกลเด้นแฝงสีดำ ยีนจะเขียนออกมาได้ว่า Aa
มาเข้า Punnett square ลูกๆ 1/4 จะออกมาเป็นยีน AA คือสีโกลเด้นล้วน ครึ่งนึงจะออกมาเป็นยีน Aa คือสีโกลเด้นล้วน แฝงสีดำ อีก1/4เป็นยีน aa คือสีดำล้วน
ในตอนต่อไปจะมาพูดถึงแต่ละlocusของยีนสีว่ามีการทำงานอย่างไรบ้างมาต่อกันดีกว่า รอบนี้จะเป็นการอธิบายการทำงานของยีนสีแต่ละสี มาดูกันว่ายีนนั้นเดี่ยวๆเปลี่ยนสีขนและสีตาไปในทางไหนบ้าง พอเข้าใจตรงจุดนี้แล้วค่อยมาดูสีที่เกิดจากการรวมยีนหลายๆยีน (gene combination) รอบนี้จะเน้นสีที่อยู่บนโครโมโซมที่ไม่เกี่ยวกับเพศ (autosome)ก่อน ซึ่งส่วนมากจะเป็นยีนด้อย ส่วนสีที่อยู่บนโครโมโซมเพศ (สีในกลุ่ม yellow) จะไปอยู่อีกตอนนึง
ในส่วนของมาตรฐานของสีแต่ละสีจะอยู่ในหน้าเว็บของ National Hamster Council https://hamsters-uk.org/syrian-exhibition-standards/
ในอนาคตจะนำมาแปลอีกทีถ้าใครสนใจ
* สีโกลเด้นเป็นสีตั้งต้นของหนูพันธุ์นี้ และทุกยีนมีผลที่ต่างกันต่อสีน้ำตาล ดำ ขาว และสีตา
** Carrying แปลว่า แฝง
A locus
Locus แรกสุดของเรา locusนี้จะมีผลที่bandingของขน ทำให้หนูสีโกลเด้นที่มี agouti marking (คือมีลาย ท้องครีม) กลายเป็นหนูสีดำล้วน (non-agouti) ไม่มีผลต่อสีตาหรือสีหู
ถ้าจะจัดกลุ่มใหญ่ๆของประเภทสีไจแอนท์คือเป็นสีแบบ agouti กับ non-agouti ก็คือเป็นสีที่มีลายอ่อนเข้ม กับสีล้วนทั้งตัวนั่นเอง
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- A = Agouti = สีโกลเด้น
- a = Non-agouti = สีดำ
สรุป
AA = Golden
Aa = Golden carrying black
aa = Black
B locus
อันนี้ก็คือยีนที่ทำให้เกิดสีอย่างเช่นสี Rust และสีช็อค จำง่ายๆก็ B = brown ยีนนี้จะทำการเปลี่ยนสีดำทั้งหมดของหนูให้เป็นสีน้ำตาล ซึ่งรวมถึงสีของหูด้วย โดยที่ตาจะยังเป็นสีดำเหมือนเดิมหรืออมน้ำตาลขึ้นได้เล็กน้อย banding ของขนจะยังมีเหมือนเดิม ทำให้หนูยังคงมีลายเหมือนหนูสีโกลเด้น
วิธีแยกหนูสีโกลเด้นที่ลายไม่เข้มมาก หนูสี rust และหนูสีชินนามอน คือดูจากสีของลายแก้มและหู หนูสีโกลเด้นจะแก้มสีดำหรือน้ำตาลเข้ม หูสีดำ หนูสี rust จะแก้มสีน้ำตาล หูสีน้ำตาล ส่วนหนูสีชินนามอนจะแก้มสีเทาน้ำตาล หูสีเนื้ออมเทา
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- B = สีโกลเด้น
- b = Rust
สรุป
BB = Golden
Bb = Golden carrying rust
bb = Rust
C locus
ยีนใน locus นี้ยังไม่มีในเมืองไทย มีด้วยกันทั้งหมด 3 allele ทุกอันจะทำให้ทุกสีอ่อนลงแต่ต่างกันออกไปเล็กน้อย
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- C = สีโกลเด้น
- c(d) = Dark eared white ละลายสีขนทุกสี เปลี่ยนสีขนทุกสีให้เป็นสีขาว ตาแดง ไม่เปลี่ยนสีหู ทำให้หนูกลายเป็นสีขาวหูดำ
- c(e) = Extreme dilute เปลี่ยนสีน้ำตาลให้เป็นสีอ่อนหรืออมเทา เว้นบริเวณปลายจมูก ออกแนวคล้ายๆแมววิเชียรมาศที่ตัวจะสีอ่อนแล้วจมูกสีเข้ม ไม่เปลี่ยนสีหูหรือตา
- เมื่อนำ c(e) และ c(d) มารวมกันจะเป็น heterozygous extreme dilute คือครึ่งๆระหว่างขาวหูดำและเอ็กสตรีมไดลูท คือเปลี่ยนสีน้ำตาลให้เป็นสีอ่อน และสีดำให้เป็นสีเทา
ปกติแล้วภาวะเผือก (albino) จะอยู่ในlocusนี้ด้วย แทนด้วยตัวอักษร c แต่ยังไม่เจอในหนูพันธุ์นี้ ในหนูพันธุ์อื่นจะทำให้เป็นหนูสีขาวตาแดง หูชมพู
หมายเหตุ - ไม่ใช่ว่าหนูสีขาวหูดำทุกตัวจะเป็น dark eared white ที่เกิดจากยีน dilute หนูขาวหูดำส่วนมากเกิดจากยีนที่ทำให้เกิดลายต่างๆเช่นแบนเดดและโดมิแนนท์สปอต
สรุป
CC = Golden
Cc(d) = Golden carrying DEW
Cc(e) = Golden carrying extreme dilute
c(d)c(e) = Heterozygous extreme dilute
D locus
Locus หนูสีบลู เพิ่งนำเข้ามาในไทยสดๆร้อนๆเลย ยีนนี้จะเปลี่ยนสีดำให้เป็นสีเทา undercoat จะเทาอ่อนเกือบขาว ไม่เปลี่ยนสีหูหรือสีตา
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- D = โกลเด้น
- d = Dilute/Blue
สรุป
DD = Golden
Dd = Golden carrying blue
dd = Dilute / Blue agouti (ยังไม่มีชื่อ official)
E locus
ยีนของหนูสีครีม Locus นี้มีความพิเศษที่ว่ามันสามารถกลบได้แทบทุกสีที่มีบนตัวหนู ค่อการเอาสีขาว ดำ น้ำตาลออกทั้งหมดแล้วแทนที่ด้วยครีม ไม่ว่าหนูนั้นจะเป็นสีโกลเด้น สีดำ สีเกรย์ หรืออะไรก็ว่าไป เมื่อมียีนนี้ก็จะกลายเป็นหนูสีครีมเหมือนกันหมด โดยที่สีหูและสีตาจะไม่เปลี่ยน เป็นยีนด้อยที่ความสามารถไม่ด้อยเลยจริงๆ
วิธีเดียวที่จะสามารถรู้ได้ว่าหนูสีครีมนั้นมีสีอะไรที่โดยครีมกลบอยู่คือต้องดูจากสีของพ่อแม่ สีหู และสีตาของหนูตัวนั้น
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- E = Golden
- e = Cream
สรุป
EE = Golden
Ee = Golden carrying cream
ee = Cream
P locus
Locus นี้มีผลกับทั้งสีขนและสีตาเลย โดยจะเปลี่ยนสีตาจากดำเป็นแดง หูจากดำเป็นชมพูอมเทา และสีขนสีดำให้เป็นเทาน้ำตาล และสีขาวใต้ท้องให้ออกครีมสว่าง คือกลายเป็นหนูสีชินนามอน (Cinnamon) คิดง่ายๆคือเวลาหนูมีตาสีแดงก็จะทำให้สีขนอ่อนตามลงไปด้วย
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- P = Golden
- p = Cinnamon (ตาแดง)
สรุป
PP = Golden
Pp = Golden carrying cinnamon
pp = Cinnamon
U locus
Locus นี้ umbrous นับเป็นยีนเด่น จะเพิ่ม ticking ให้เข้มขึ้น เหมือนเป็นการเพิ่มเฉดสีน้ำตาลเข้มลงไปบนสีเดิมของหนู ทำให้ปลายขนมีสีที่เข้มขึ้นแต่โคนขนยังเป็นสีเดิม ลักษณะเด่นของยีนนี้คือจะเห็นวงรอบตาเป็นสีเบสของหนู (นึกถึงหนูสีเซเบิ้ล แบบนั้นแหละ) เพราะว่าเราจะเห็นโคนขนได้ชัดที่สุดคือรอบตา
อีกอย่างนึงคือในหนูกลุ่มสีagouti ท้องจะไม่เป็นสีครีมเหมือนทั่วไป แต่จะดูออกเป็นสีเทาเรพาะปลายขนที่เข้มขึ้น ส่วนในหนูสีกลุ่ม non agouti จะไม่เห็นผลของยีนนี้หรือเห็นได้ยากมาก เนื่องจากหนูไม่มีbandingของขน
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- U = Umbrous
- u = โกลเด้น
สรุป
UU, Uu = Umbrous
uu = Golden
Dg locus
มาถึงสีเกรย์กันบ้าง สีดาร์คเกรย์ก็ยังไม่มีในเมืองไทยเช่นกัน สีดาร์คเกรย์นับเป็นยีนด้อยเปลี่ยนสีน้ำตาลทั้งหมดให้เป็นสีเทา คือเหมือนการเอาหนูสีโกลเด้นมาถ่ายรูปขาวดำ ในหนูสีนี้น้อยตัวอาจมี kink tail (หางงอ)ได้
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
Dg = Golden
dg = Dark Grey
สรุป
DgDg = Golden
Dgdg = Golden carrying dark grey
dgdg - dark grey
Sg locus
สีซิลเวอร์เกรย์ที่คนนิยม ยีนในlocusนี้ถือเป็นยีนเด่นที่ไม่สมบูรณ์ (incomplete dominant) ซึ่งแปลว่าการที่มี allele ของซิลเวอร์เกรย์หนึ่งขาจะให้สีที่ต่างจากการที่สีสองขา ยีนนี้จะเปลี่ยนสีน้ำตาลทั้งหมดให้เป็นสีเทา สีcheek flashอมน้ำตาล เมื่อมีสองขาจะทำให้ออกเทาสว่างขึ้นเกือบขาว cheek flashes สีดำเทา
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
Sg = Silver grey
sg = Golden
สรุป
SgSg = Homozygous silver grey
Sgsg = Heterozygous silver grey
sgsg = Golden
วันนี้เราพอแค่นี้ก่อน ในตอนต่อไปจะมาดูสีในกลุ่ม Yellow ซึ่งเป็นยีนที่อยู่บน sex chromosome และทำให้เกิดสี Yellow/Pearl ทั้งหลายและสี Tortoiseshell (กระดองเต่า หรือทรอส)ตอนที่3นี้จะโฟกัสกับสีที่อยู่บนโครโมโซมเพศ (สีในกลุ่ม yellow)ที่แยกออกมาเพราะเป็นหัวข้อที่เข้าใจยากนิดนึง
โครโมโซมเพศของหนูแฮมสเตอร์จะเหมือนกับคน คือตัวเมียจะเป็น XX ส่วนตัวผู้จะเป็น XY ด้วยความที่โครโมโซม Y นั้นมีขนาดเล็ก ในเรื่องของยีนสีจะไม่ค่อยมีบทบาทมากเท่า ความพิเศษของโครโมโซม X คือในหนูตัวเมียที่มี X สองขานั้น ตัว X แต่ละข้างจะกระจายเป็นแถบอยู่ทั่วร่างกายคล้ายลายเสือ ในขณะหนูตัวผู้ที่มีโครโมโซม X เพียงอันเดียว
To locus
สี yellow นั้นอยู่บนโครโมโซม X และเป็นยีนเด่น แทนตัวอักษรว่า To ในขณะยีนที่ไม่ใช่เยลโล่จะแทนว่า to ยีน yellow นี้จะไปเปลี่ยนสีน้ำตาลให้เป็นสีเหลือง สีดำให้กลายเป็นสีน้ำตาลส้ม และสีขาวให้เป็นครีมสว่าง ไม่เปลี่ยนสีตาและสีขน ในหนูที่เป็นกลุ่ม non agouti เช่น yellow black สีขนทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลยกเว้นปลายขนบางส่วน
ในหนูตัวเมียที่มียีน To อยู่ข้างเดียว อีกข้างเป็นสีธรรมดา (Toto) การแสดงออกของสีจะมีบางแถบที่เป็นสีเยลโล่ ในขณะที่บางแถบเป็นสีธรรมดา ทำให้เกิดลักษณะลายที่เรียกว่า Tortoiseshell หรือลายกระดองเต่า ถ้าหนูตัวเมียมี To ทั้งสองข้าง (ToTo) โครโมโซม X ทั้งตัวจะเปลี่ยนสีขนเป็นสีเหลือง ทำให้ได้หนูตัวเมียสี yellow ขึ้นมา
ในหนูตัวผู้ เนื่องจากว่ามีโครโมโซม X เพียงข้างเดียว การที่มียีน To (เขียนว่า ToY) ก็จะเป็นสี yellow ส่วน to (toY) ก็จะเป็นสีธรรมดาอื่นๆ
การถ่ายทอดยีนที่เป็น sex chromosome ก็จะต่างจาก autosome เล็กน้อย เพราะจำนวนโครโมโซม X ในตัวผู้และตัวเมียมีไม่เท่ากัน และลูกหนูตัวเมียจะได้โครโมโซม X จากทั้งพ่อและแม่ ส่วนลูกหนูตัวผู้จะได้โครโมโซม X จากแม่เท่านั้น และ Y จากพ่อเท่านั้น ดังนั้นในหนูแต่ละคู่ก็จะมีโอกาสได้สี yellow หรือ tortoiseshell ไม่เท่ากัน
ตัวอย่าง
หนูคู่ที่ 1
พ่อสี Yellow เขียนออกมาว่า ToY
แม่สี Golden เขียนออกมาว่า toto
ลูกตัวผู้จะออกมาสี Golden ทั้งหมด (toY)
ลูกตัวเมียจะออกมาสี Golden tortoiseshell ทั้งหมด (Toto)
หนูคู่ที่ 2
พ่อสี Golden เขียนออกมาว่า toY
แม่สี Yellow เขียนออกมาว่า ToTo
ลูกตัวผู้จะออกมาสี Yellow ทั้งหมด (ToY)
ลูกตัวเมียจะออกมาสี Golden tortoiseshell ทั้งหมด (Toto)
หนูคู่ที่ 3
พ่อสี Yellow เขียนออกมาว่า ToY
แม่สี Golden tortoiseshell เขียนออกมาว่า Toto
ลูกตัวผู้จะออกมาสี Yellow (ToY) 50% สี Golden (toY) 50%
ลูกตัวเมียจะออกมาสี Golden tortoiseshell (Toto) 50% สี Yellow (ToTo) 50%
หนูคู่ที่ 4
พ่อสี Golden เขียนออกมาว่า toY
แม่สี Golden tortoiseshell เขียนออกมาว่า Toto
ลูกตัวผู้จะออกมาสี Yellow (ToY) 50% สี Golden (toY) 50%
ลูกตัวเมียจะออกมาสี Golden tortoiseshell (Toto) 50% สี Golden (toto) 50%
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- To = Yellow
- to = Golden
สรุป
ในหนูตัวผู้มีโครโมโซม X และ Y
ToY = Yellow
toY = Golden
ในหนูตัวเมียมีโครโมโซม XX
ToTo = Yellow
Toto = Tortoiseshell
toto = สีอื่นๆ
ตอนต่อไปจะเกี่ยวกับการรวมยีน (gene combinations) เพื่อให้ได้สีต่างๆที่มากขึ้น และวิธีการเขียน genotype สำหรับพ่อแม่พันธุ์
ก่อนที่เราจะไปเรื่อง colour combination มาดูยีนที่ทำให้เกิดลายที่เรียกว่า marking กันก่อน
Marking (มาร์คกิ้ง) คือลายสีขาวที่อยู่บนพื้นสีของหนูอีกที ลายโดยส่วนใหญ่จะสามารถนำมารวมกับสีได้แทบทุกสี โดยที่จะไม่เปลี่ยนตัวสีพื้นหรือเปลี่ยนได้เล็กน้อย ให้ลองนึกว่าเรามีหนูสีนึง แล้วเอาสีขาวไปแต้ม ก็จะได้ลาย
ในปัจจุบัน ลายทั้งหลายมีทั้งหมดได้แก่
- Banded (แบนเดด)
- Dominant spot (โดมิแนนท์สปอต)
- Recessive dapple (รีเซสซีฟแดปเปิล หรือ RD)
- Roan/white-bellied (โรน) และ Polywhite (โพลี่ไวท์)
ลายต่างๆเหล่านี้ก็สามารถมารวมกันเองได้ด้วย เนื่องจากแต่ละตัวนั้นอยู่คนละ locus กันหมดและสามารถแสดงออกมาพร้อมๆกันได้ (ยกเว้นโรนและโพลี่ไวท์ที่อยู่บน locus เดียวกัน) ดังนั้นหนูอาจจะเป็นได้ทั้งลายด่างแบบ dominant spot และมีลายพาดกลางตัวแบบbandedได้พร้อมๆกัน บางตัวก็อาจมีลายขาวมากจนกลายเป็นหนูสีขาวล้วนไปเลย
ทีนี้ถ้าเรามีหนูสีขาวล้วน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นขาวล้วนที่มีจากยีนสีหรือยีนลาย ให้ดูที่หูของหนู หนูที่เป็นสีขาวล้วนจากยีนสีจะเป็นสีล้วน เช่น สีดำหรือครีม ในขณะที่หนูที่ขาวจากยีนลายมากกว่า1ลายรวมกันจะมีหูด่าง
เรามาดูที่ดีเทลของยีนลายแต่ละยีนดีกว่า
Ba locus
ลายแบนเดด คือลักษณะลายสีขาวที่พาดอยู่บริเวณท้องของหนู อาจจะเป็นสีขาวพันรอบทั้งตัวหรือเหลือสีเป็นเส้นกลางหลังก็ได้ ตัวลายbandedเองเป็นยีนเด่น ดังนั้นหนูแค่ต้องได้รับยีนนี้เพียงalleleเดียวเพื่อให้มีลายแบนเดด
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- Ba = Banded = ลายแบนเดด
- ba = Solid = ไม่มีลาย/สีล้วน
สรุป
BaBa และ Baba = Banded
baba = Solid
Ds locus
ยีน dominant spot ตามชื่อ คือเป็นยีนเด่นที่ทำให้เกิดลายจุด ยีนนี้จะทำให้หนูมีลายกลางหน้า อาจจะเป็นจุดที่หัวก็ได้ หรือเป็นลายขาวแสกกลางหน้าก็ได้ โดยลายมักเริ่มจากจมูกขึ้นไปถึงหัวและท้ายทอย ส่วนลายตัวจะเป็นจุดด่างๆกระจายทั่ว สีขาวอาจจับตัวเป็นปื้นได้ ท้องสีขาว
เมื่อหนูลาย dominant spot มียีน polywhite ด้วย ลายสีขาวจะเพิ่มขึ้น ทำให้หนูหน้าตาเป็นเหมือนหนูสีขาวที่มีแต้มสีกระจายทั่วตัวแทน
ยีนนี้เป็นยีนเด่นที่นับว่าเป็น homozygous lethal ซึ่งหมายความว่าลูกหนูที่ได้รับยีน DS จากทั้งพ่อและแม่มาทั้งสองข้างจะตายตั้งแต่ในท้อง ดังนั้นการนำหนูลาย dominant spot สองตัวมาผสมกันมักจะทำให้ขนาดครอกลดลงประมาณ 25%
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- Ds = Dominant spot = ลายด่าง
- ds = Solid = ไม่มีลาย/สีล้วน
สรุป
DsDs = ตายตั้งแต่ในท้อง
Dsds = Dominant spot
dsds = Solid
Rd locus
Recessive dapple ทำให้หนูมีลายหน้ากากสีขาวจากหลังคอและมาหยุดก่อนถึงจมูก ตัวสีขาว และอาจมีแต้มสีที่ก้นและบนลำตัวได้เล็กน้อย ยีนนี้เป็นยีนด้อยตามชื่อ ดังนั้นจำเป็นจะต้องได้ยีนนี้จากทั้งพ่อและแม่เพื่อให้มีลายนี้ หนูที่มียีนrecessive dapple แฝงอาจมีลายท้องสีขาวมากกว่าหนูทั่วไปได้
วิธีการแยกระหว่างหนูลาย DS และ RD สามารถอ่านได้จากโพสนี้ค่ะ https://www.facebook.com/100970941288027/posts/500685531316564/
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- Rd = Solid = ไม่มีลาย/สีล้วน
- rd = Recessive dapple = ลายด่าง
สรุป
RdRd = Solid
Rdrd = Solid carrying recessive dapple
rdrd = Recessive dapple
Wh locus
ยีนลายใน locus นี้พิเศษกว่าอันอื่นๆเนื่องจากไม่แสดงอยู่บนทุกสี และต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในเพาะ
ในหนูที่มีสีกลุ่ม cream เช่น หนูสีครีม เซเบิ้ล หรือขาวล้วนที่มาจากครีม (ivory) หรือหนูในกลุ่มสี yellow เช่น yellow black ลายจะแสดงออกมาเป็นปื้นสีขาวด่างๆบริเวณก้นและจมูก ในหนูสีอื่นอาจจะเป็นแค่จุดสีขาวกลางท้อง ซึ่งสังเกตยากเพราะในหนูสีล้วนปกติก็มีท้องลายขาวได้อยู่แล้ว ยิ่งหนูที่มีลายอื่นๆยังสังเกตยากเพราะลายอื่นก็ทำให้ท้องขาวเช่นกัน
Allele ที่เรียกว่า white-bellied หรือ roan นั้นนับเป็น homozygous lethal อีกยีน ปัญหาคือลูกหนูจะไม่ได้ตายในท้อง แต่จะออกมาพิการ ไม่มีตา ไม่มีฟัน อายุสั้นกว่าปกติ และมีสีขาวล้วน ในต่างประเทศจะเรียกว่า eyeless white
ห้ามนำหนูลาย roan สองตัวผสมกันโดยเด็ดขาด
หรือแม่แต่การนำหนูที่อาจจะมียีนของ roan มาผสมกัน เช่น หนูที่มีลายอื่นๆโดยที่เราไม่รู้ background ของพ่อแม่พันธุ์
ใน locus เดียวกันนี้ก็มีอีก allele นึงคือโพลี่ไวท์ ยีนนี้เป็นยีนด้อยและต้องได้รับจากทั้งพ่อและแม่เพื่อให้มีลายนี้ ลายจะลักษณะคล้ายกับโรน แต่ปลอดภัยตรงที่ไม่ทำให้เกิดหนู eyeless white สามารถมารวมกับลาย dominant spot เพื่อให้เกิดลาย dominant spot polywhite หรือ dalmatian ได้
Alleles ของ locus นี้ประกอบไปด้วย
- Wh = White-bellied/roan = โรน ในหนูกลุ่มครีม/เยลโล่ หรือท้องขาวในหนูสีอื่น
- wh = Solid
- whp = Polywhite
สรุป
WhWh = Eyeless white
Whwh = Roan/white-bellied
Whwhp = Roan carrying polywhite มีลายด่างแบบโรน
whpwhp = Polywhite
whwhp = Solid carrying polywhite
whwh = Solid