REPTALES
เรื่องราวสัตว์จาก ReptTown
อัลลิเกเตอร์ท้าหิมะ ความลับแห่งการเอาตัวรอดของเกเตอร์

อัลลิเกเตอร์ท้าหิมะ ความลับแห่งการเอาตัวรอดของเกเตอร์

ในสหรัฐอเมริกา ลมหนาวและหิมะปกคลุมไปทั่วพื้นที่รัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ สัตว์เลื้อยคลานผู้ดำรงเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่ช่วงยุคครีเตเชียส พบเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างอัลลิเกเตอร์อเมริกา (American alligator - 𝘈𝘭𝘭𝘪𝘨𝘢𝘵𝘰𝘳 𝘮𝘪𝘴𝘴𝘪𝘴𝘴𝘪𝘱𝘱𝘪𝘦𝘯𝘴𝘪𝘴) ที่ต้องเผชิญหน้ากับความหนาวเย็นเกือบ 10-20 องศาเซลเซียส !- อัลลิเกเตอร์เป็นสัตว์เลื้อยคลาน พวกมันสร้างพลังงานความร้อนที่รับจากภายนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่า "Ectotherm" พวกมันใช้การนอนอาบแดดและรับความร้อนเข้ามาในร่างกาย ทำให้กระบวนการต่างๆทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วถ้าหากเป็นฤดูหนาวที่หิมะตกละ พวกมันอยู่รอดได้อย่างไร ?- อัลลิเกเตอร์และจระเข้เหนือชั้นกว่าสัตว์เลื้อยคลานจำพวกอื่น ตรงที่ร่างกายของมันปกคลุมด้วยผิวหนังที่มีคุณสมบัติพิเศษเรียกว่า "Osteoderm" มีการวิจัยพบว่า ผิวหนังของอัลลิเกเตอร์สามารถดูดซับพลังงานความร้อนจากแสงแดดที่ส่องลงมาท่ามกลางหิมะได้ และส่วนแผ่นหลังนั้นก็ทำหน้าที่เสมือนเป็นโซลาร์เซลล์ที่มีเส้นเลือดฝอยกระจายตัวบริเวณแถบผิวหนังดูดซับเอาความร้อนจากแสงอาทิตย์เร่งกระบวนการเมตาบอลิซึ่มมาสร้างเป็นความร้อนให้ร่างกาย- กรณีที่โดนน้ำแข็งแช่อยู่ในน้ำนานเกือบหลายเดือน อัลลิเกเตอร์ยังคงอยู่รอดได้แม้ได้รับพลังงานความร้อนจากสภาพแวดล้อมน้อย เป็นกระบวนการที่เรียกว่า "Brumation" คล้ายกับการจำศีลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มันก็ยังคงหายใจได้ เพื่อให้อยู่รอดจนกว่าน้ำแข็งละลาย อัลลิเกเตอร์จะโผล่ส่วนปลายปากและจมูกออกเพื่อให้ระบบทางเดินหายใจของมันยังทำงานหมุนเวียนออกซิเจนเป็นปกติเช่นเคย และปล่อยให้ร่างกายมีสภาวะกึ่งจำศีลรอจนกว่าน้ำแข็งละลาย เรียกพฤติกรรมนี้ว่า "Icing behavior"- เมื่ออากาศเย็น เท่ากับอัลลิเกเตอร์จะไม่อยากอาหารไปอีกนาน พวกมันจะกินน้อยลงเพื่อสงวนพลังงานความร้อนเอาไว้ในยามจำเป็นเท่านั้น ดังนั้นอัลลิเกเตอร์ในช่วงฤดูหนาวจึงมักไม่ค่อยขยับตัวนัก หากถูกคุกคามหรือเข้าใกล้ มันก็จะใช้พลังงานความร้อนที่มีผลักตัวเองลงน้ำหรือหลบไปที่ปลอดภัยก่อน นั้นคืออีกเหตุผลการเอาตัวรอดของสัตว์เลื้อยคลานที่อยู่ผ่านมหายุคไดโนเสาร์มาจนปัจจุบันได้แหล่งข้อมูลอ้างอิงhttps://www.seattletimes.com/.../what-do-lowcountry.../https://scaquarium.org/brumation/https://www.cajunencounters.com/.../too-cold-for-alligators/https://www.jstor.org/stable/3891973
จระเข้
อัลลิเกเตอร์
ความรู้รอบโลก

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 05 ก.พ. 25

อ่าน 0 ครั้ง


จระเข้แคระแอฟริกา จระเข้ตัวเล็กแห่งป่าใหญ่

จระเข้แคระแอฟริกา จระเข้ตัวเล็กแห่งป่าใหญ่

จระเข้แคระแอฟริกา (African dwarf crocodile - 𝘖𝘴𝘵𝘦𝘰𝘭𝘢𝘦𝘮𝘶𝘴 𝘵𝘦𝘵𝘳𝘢𝘴𝘱𝘪𝘴) เป็นจระเข้วงศ์คร็อกโคไดล์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกาตะวันตก เป็นจระเข้ขนาดกึ่งกลางเล็กและกลางที่ขนาดตัวนั้นหลากหลาย บางตัวโตได้ 1.8 เมตร บางตัวก็ไม่ถึงเมตร แถมจระเข้ชนิดนี้จึงมีเกล็ดเป็นเกราะหนาบริเวณคอ, หลัง และหาง และยังมีผิวหนังแข็งเป็นเกล็ดที่ท้องและใต้ลำคอในธรรมชาติจระเข้ชนิดนี้จะอาศัยอยู่อย่างสันโดษ กินปลาและสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหารหลัก จระเข้แคระอาศัยอยู่ในบ่อน้ำตามหนองบึง และพบตามแม่น้ำในป่าฝน พวกมันชอบกินสัตว์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะปลาและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอย่างกิ้งกือและตัวอ่อนด้วง จระเข้แคระยังมีความสามารถที่น่าทึ่งมากๆอีกด้วย นั่นคือเวลามันล่าเหยื่อในน้ำ มันจะลงไปที่ก้นพื้นน้ำแล้วทำการนอนนิ่งๆพร้อมกับอ้าปากออกให้กว้างที่สุด แล้วก็ทำรอคอยเหยื่อเข้ามาใกล้ปากของมันโดยขณะที่มันรอเหยื่อ รูจมูกของมันจะปิดลงเพื่อกันน้ำเข้า แผ่นกั้นในช่องคอมีความหนาพอจะต้านแรงดันน้ำได้ดีทำให้ไม่สำลักน้ำ มันสามารถกั้นหายใจใต้นานได้นานพอที่จะมีเหยื่อมาเข้าปาก เมื่อเหยื่อเข้ามาแตะโดนที่ลิ้นของจระเข้ มันจะหุบขากรรไกรอย่างรวดเร็ว ฟันที่เหยินอันเป็นเอกลักษณ์ของจระเข้แคระออกแบบมาเพื่อการกัดแบบล็อคกันเหยื่อดิ้นออกจากปากไป แต่เวลากินอาหาร จระเข้แคระก็ต้องยื่นหัวขึ้นมาเหนือน้ำก่อนเพื่อกลืนอาหารเข้าไปจระเข้แคระออกไข่ครั้งละ 10-15 ฟองโดยเฉลี่ย ใช้เวลากกไข่นาน 100 วัน ระหว่างนี้แม่จระเข้จะเฝ้ารังเอาไว้ ลูกจระเข้แรกเกิดมีขนาดตัวประมาณ 11 นิ้วโดยประมาณ เมื่อฟักออกมา แม่จระเข้จะช่วยขุดรังแล้วพาลูกลงน้ำ ถ้าไข่บางฟองไม่ฟักเป็นตัว แม่จระเข้จะช่วยกระเทาะเปลือกออกให้ในน้ำ ในปัจจุบันจระเข้แคระเป็นชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคตแล้วแหล่งข้อมูลอ้างอิงhttps://www.crocodilesoftheworld.co.uk/.../west-african.../https://www.torontozoo.com/.../West%20African%20dwarf...https://ielc.libguides.com/sdzg/factsheets/dwarf_crocodilehttps://m.youtube.com/watch?v=6SpL_3sXRbE

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 31 ม.ค. 25

อ่าน 0 ครั้ง


หมู่มวลมหาชนเคแมน - พฤติกรรมทางสังคมและการรวมกลุ่มของเคแมน 🐊

หมู่มวลมหาชนเคแมน - พฤติกรรมทางสังคมและการรวมกลุ่มของเคแมน 🐊

ภาพที่ทุกคนเห็นนี้เป็นหมู่มวลมหาชนชาวเคแมนยาคาเร่ (Yacare caiman - 𝘊𝘢𝘪𝘮𝘢𝘯 𝘺𝘢𝘤𝘢𝘳𝘦) จำนวนหลักร้อยตัวกำลังนอนสู้พลังแสงอาทิตย์ของหน้าแล้งสุดทานทน โดยที่มีเจ้าหนูยักษ์คาพีบาร่ามานอนรวมกับพวกนี้อย่างชิลล์ โดยหลักพื้นฐานจระเข้น่ะเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่สันโดษมากกว่า แต่ในบางกรณีที่จระเข้หลายร้อยตัวหรือพันตัวมาอยู่รวมๆกันในที่เดียวกันจนกลายเป็นดงจระเข้• จระเข้เคแมนหลายชนิดก็มีพฤติกรรมทางสังคมอยู่บ้าง แต่โดยส่วนมากจะเป็นสังคมเฉพาะกิจเสียมากกว่าจะผูกพันลึกซึ้ง เพราะต่างตัวต่างก็อยู่อาศัยกันโดยไม่เบียดเบียนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหยุมหัวกัน จระเข้เคแมนหลายตัวไม่พอใจการแย่งจุดนอนพักก็มีทะเลาะกันบ้าง มีการขับไล่ออกไปบ้าง• ช่วงฤดูแล้งนี่แหละที่เราจะได้เห็นภาพฝูงจระเข้จำนวนมากมาอยู่แออัดกันในพื้นที่เดียวกัน ด้วยแหล่งน้ำที่มีจำกัดและปลาที่เป็นอาหารเริ่มหายาก ฝูงเคแมนเลยต้องมารวมตัวกระจุกกันจำนวนมากเพื่อได้โอกาสการได้กินปลา ซึ่งในพื้นที่นั้นๆพวกมันก็ต้องแชร์ที่อยู่กับคาพีบาร่าและนกน้ำนานาชนิดที่ก็มาแย่งอาหารพวกจระเข้เคแมนกินด้วย นี่แหละเรียกเฉพาะกิจกันจริงๆ• ไม่ใช่แค่ช่วงหน้าแล้ง หาดริมตลิ่งในแม่น้ำที่มีจุดอาบแดดที่ดีและปลอดภัยก็เป็นพื้นที่ชุกชุมของพวกจระเข้เคแมนด้วยเช่นกัน จุดอาบแดดที่ดีและพื้นที่ใกล้อาหารที่อุดมสมบูรณ์ก็เป็นการเชิญชวนจระเข้เคแมนจำนวนมหาศาลมาอยู่รวมกันได้แล้วในพื้นที่เดียวกันหมด• นอกจากนี้แล้ว จระเข้เคแมนหลายชนิดอย่างพวกเคแมนยาคาเร่และเคแมนแว่น (Spectacled caiman - 𝘊𝘢𝘪𝘮𝘢𝘯 𝘤𝘳𝘰𝘤𝘰𝘥𝘪𝘭𝘶𝘴) ยังมีพฤติกรรมรวมกันกินบุฟเฟ่ต์ธารน้ำหลากด้วย ซึ่งช่วงหน้าฝนนี่แหละที่พวกจระเข้เคแมนจะไปยืนปักหลักตรงธารน้ำเชี่ยวไหลหลาก รองับปลาที่ว่ายเข้ามาติดกับดักคมเขี้ยว หากปลาตัวไหนหลุดรอดไปได้ เคแมนอีกตัวใกล้เคียงจะงับแทนReference- Crocodiles of the World: A Complete Guide to Alligators, Caimans, Crocodiles and Gharials by Colin Stevenson- Caimans Facts and Information | United Parks & Resortshttps://seaworld.org/animals/facts/reptiles/caimans/- Yacare caiman Animaliahttps://animalia.bio/yacare-caiman

เขียนโดย BKwildlifemaster - สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006

โพสต์เมื่อ 28 ม.ค. 25

อ่าน 1 ครั้ง


จระเข้เลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? - คู่มือการเลี้ยงจระเข้สำหรับมือใหม่จาก Repttown

จระเข้เลี้ยงยังไง มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง??? - คู่มือการเลี้ยงจระเข้สำหรับมือใหม่จาก Repttown

คู่มือการเลี้ยงจระเข้สำหรับมือใหม่จาก RepttownRepttown ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสัตว์เลื้อยคลานที่มีเสน่ห์และความสง่างามอย่าง จระเข้ (Crocodile) ซึ่งปัจจุบันสามารถเลี้ยงได้ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาต รวมถึงวิธีการเลี้ยงและดูแลที่เหมาะสมสายพันธุ์จระเข้ที่เลี้ยงได้อย่างถูกกฎหมายในไทย1. จระเข้น้ำจืดไทย (Crocodylus siamensis)ถิ่นกำเนิด: พบในประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนามสถานะ: อยู่ในรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่สามารถเลี้ยงได้หากได้รับอนุญาตขนาดตัว: โตเต็มที่ประมาณ 3-4 เมตรจุดเด่น: นิสัยสงบกว่าเมื่อเทียบกับจระเข้น้ำเค็ม เหมาะสำหรับเลี้ยงในบ่อเลี้ยง2. จระเข้น้ำเค็ม (Crocodylus porosus)ถิ่นกำเนิด: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงบางพื้นที่ของประเทศไทยสถานะ: ต้องขออนุญาตตามกฎหมายขนาดตัว: โตเต็มที่ 5-7 เมตรจุดเด่น: เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องการพื้นที่เลี้ยงขนาดใหญ่3. ไคแมน (Caiman Crocodile)ถิ่นกำเนิด: อเมริกาใต้สถานะ: นำเข้าและเลี้ยงได้ในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายขนาดตัว: โตเต็มที่ประมาณ 1.5-2 เมตรจุดเด่น: ตัวเล็กกว่าจระเข้ทั่วไป เหมาะสำหรับเลี้ยงในพื้นที่จำกัด4. จระเข้เผือก (Albino Siamese Crocodile)ลักษณะพิเศษ: เป็นพันธุ์เผือกของจระเข้น้ำจืดไทยสถานะ: สามารถเลี้ยงได้หากได้รับอนุญาตความนิยม: สวยงามและหายาก เหมาะสำหรับการสะสมวิธีการเลี้ยงจระเข้1. สถานที่เลี้ยงบ่อหรือกรงขนาดใหญ่: ควรมีพื้นที่อย่างน้อย 20 ตารางเมตรสำหรับจระเข้ 1 ตัวระบบน้ำ: มีแหล่งน้ำลึกพอให้จระเข้แช่ตัวได้พื้นที่แห้ง: สำหรับให้จระเข้นอนพักและอาบแดดรั้วกั้น: ควรมีความแข็งแรงและสูงอย่างน้อย 1.5 เมตร เพื่อป้องกันจระเข้หลบหนี2. การให้อาหารประเภทอาหาร: ปลา เนื้อไก่ และเนื้อดิบความถี่: ให้อาหารทุก 2-3 วันปริมาณ: ให้พอเหมาะกับขนาดตัว และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกระดูกแข็ง3. การดูแลสุขภาพการลอกคราบ: จระเข้จะลอกคราบเป็นระยะ ควรสังเกตว่าลอกคราบสมบูรณ์หรือไม่ความสะอาดของบ่อ: เปลี่ยนน้ำในบ่อเลี้ยงเป็นประจำการสังเกตอาการ: เช่น การเบื่ออาหาร บาดแผล หรือพฤติกรรมผิดปกติกฎหมายการเลี้ยงจระเข้ในประเทศไทยการเลี้ยงจระเข้ในประเทศไทยถูกควบคุมโดย พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และกฎระเบียบของ กรมประมง โดยระบุว่า:ต้องขออนุญาต: ผู้เลี้ยงจระเข้ต้องยื่นคำขออนุญาตเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์น้ำที่ควบคุมกับกรมประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถานที่เลี้ยง: ต้องมีมาตรฐาน เช่น รั้วแข็งแรง พื้นที่กว้างขวาง และแหล่งน้ำที่เหมาะสมจดทะเบียน: ต้องแจ้งข้อมูลสายพันธุ์ จำนวน และสถานที่เลี้ยงให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามล่าหรือค้าจระเข้ธรรมชาติ: จระเข้ที่เลี้ยงต้องมาจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นคำถามที่พบบ่อยQ: จระเข้สามารถเลี้ยงในบ้านได้หรือไม่?A: หากมีพื้นที่เพียงพอและได้รับอนุญาตตามกฎหมาย สามารถเลี้ยงได้Q: เลี้ยงจระเข้ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่?A: ต้องมีใบอนุญาตจากกรมประมง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องQ: จระเข้สายพันธุ์ไหนที่เหมาะสำหรับมือใหม่?A: จระเข้น้ำจืดไทย หรือไคแมน เนื่องจากขนาดตัวไม่ใหญ่มากและดูแลง่ายกว่าRepttown พร้อมเป็นแหล่งข้อมูลและคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยงสัตว์แปลก หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงจระเข้ หรือคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกเวลา!

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 17 ม.ค. 25

อ่าน 11 ครั้ง


เมื่อความน่ารักไม่ได้มีแค่ในการ์ตูน มังกรเขี้ยวกุดในชีวิตจริง "จิ้งเหลนจระเข้ตาแดง"

เมื่อความน่ารักไม่ได้มีแค่ในการ์ตูน มังกรเขี้ยวกุดในชีวิตจริง "จิ้งเหลนจระเข้ตาแดง"

ปกติแล้วเวลาเพื่อนๆดูหนังหรือการ์ตูนที่ชอบ เราก็อาจจะอินมากจนอยากดูซ้ำหรือเก็บสะสมสิ่งที่ระลึกจากหนังซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนทำใช่ไหม?แต่สำหรับคนที่ชอบน้อง "เขี้ยวกุด ( Night fury )" จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง "How to train you dragon"แอดมินอยากแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกับ "จิ้งเหลนจระเข้ตาแดง ( Red Eyed Crocodile Skink )"ถึงแม้ในชื่อจะมีคำว่าจระเข้แต่จริงๆแล้วน้องนิสัยไม่ดุร้ายและกินแมลงเป็นอาหาร เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่แอดมินชอบมากและก็ยังอยากเลี้ยงอยู่แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่น้องต้องการอย่างอากาศชื้นและเย็น แอดมินจึงไม่สะดวกที่จะเลี้ยงน้องจริงๆได้แต่ติดตามใน Social Mediaแอดมินจะนำเช๊คลิสต์สำหรับคนที่ต้องการเลี้ยงน้องมาแปะไว้ให้- ถังขนาด 15-20 แกลลอน หรือ Terrarium พร้อมพื้นที่ใส่ดิน- วัสดุรองที่ชื้น เช่น คลุมด้วยหญ้าไซเปรส สแฟกนั่มมอส ดิน หรือที่รองประเภทมะพร้าว- จานน้ำแบนกว้างและน้ำสะอาดสำหรับให้น้องดื่มและลงไปเล่น- ที่ซ่อนตัว เช่น เปลือกไม้ไม่มียาง กาบมะพร้าว เศษไม้ Hidebox แบบพลาสติก- อุณหภูมิคงที่ระหว่าง 23-27 องศา- พ่นหมอกทุกวันหรือสองครั้งเพื่อคงความชื้นในอากาศ- อาหารแมลงหลากหลายชนิดให้อาหาร 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงเย็นที่น้องออกหากินสำหรับใครที่มีความพร้อมก็ลุยได้เลย อย่าลืมส่งภาพมาให้แอดมินชมด้วยน้าาRepttown.comเว็บไซต์สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงที่ครบจบตั้งแต่ซื้อขายไปจนถึงบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคนรักสัตว์เลี้ยงมีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 35,000 user/เดือน และ มีฟาร์มที่ผ่านการยืนยันตัวตนไม่ต่ำกว่า 950+ ฟาร์ม

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 3 ครั้ง

REPTALES v1.0.2 by ReptTown
All Right Reserved