REPTALES
เรื่องราวสัตว์จาก ReptTown
อยากเลี้ยงงูบอลไพธอนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? ไม่ต้องกังวล! มาเตรียมตัวให้พร้อมใน 5 นาที ด้วยคำแนะนำง่ายๆ ที่เข้าใจได้แบบไม่ซับซ้อน

อยากเลี้ยงงูบอลไพธอนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? ไม่ต้องกังวล! มาเตรียมตัวให้พร้อมใน 5 นาที ด้วยคำแนะนำง่ายๆ ที่เข้าใจได้แบบไม่ซับซ้อน

ข้อควรรู้ก่อนซื้องูบอลไพธอน [Ball Python]เคล็ดลับง่ายๆ ที่รู้แล้วเลี้ยงได้เลย พร้อมเริ่มแล้ว ไปกันเลย!1. ศึกษาให้ครบ รู้ลึก รู้จริงก่อนตัดสินใจซื้อน้องงู ควรรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เช่นนิสัยอุปกรณ์ที่ต้องใช้อาหารเหตุผล: งูบอลไพธอนเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนถึง 20 ปี! นั่นหมายความว่าคุณจะต้องดูแลเขายาวนานเหมือนการมีแฟนเลยทีเดียว 🐍💖 ดังนั้น ต้องมั่นใจว่าเข้าใจและรับได้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาก่อน2. ปรึกษาคนรอบข้าง (สำคัญมาก!)ย้ำ! ก่อนจะเลี้ยงงู ต้องถามความเห็นจากคนในบ้านหรือคนที่อยู่ด้วยกันก่อน เพราะบางคนอาจมีความกลัวหรือภาพจำที่ไม่ดีกับงู คุณต้องอธิบายให้น่าเชื่อถือและเข้าใจว่าน้องงูไม่ได้ดุร้าย3. ตั้งงบประมาณในใจราคาของงูบอลไพธอนเริ่มต้นที่ 500 บาทขึ้นไปเพศเมียมักจะมีราคาสูงกว่าเพศผู้ราคาขึ้นอยู่กับ Morph (ลวดลายและสีของงู)สามารถเช๊คราคางูบอลแต่ละ Morph ได้ที่ https://www.repttown.com/animals/snakes/ballpythonsตัวอย่างราคาตาม MorphNormal (สีแบบในธรรมชาติ): 500-1,500 บาทMorph ที่มีทั่วไปตามร้านขายสัตว์: 1,000+ บาทMorph หายาก: อาจแตะหลักแสน!เคล็ดลับ: เลือก Morph ที่ถูกใจและเหมาะกับงบประมาณ เพราะน้องงูจะอยู่กับเรานาน อย่าลืมว่าความผูกพันสำคัญกว่าราคานะ4. ซื้อที่ไหนดี?มี 2 ทางเลือก:ออนไลน์: เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์ แต่ต้องระวังปัญหา เช่น งูป่วย, โกงเพศ, หรือ Morph ไม่ตรงปกซื้อที่ร้าน: ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะคุณจะได้เห็นน้องตัวจริงและลองสัมผัสเพื่อดูว่าถูกใจไหมคำถามสำคัญตอนเลือกซื้อจากร้าน:นิสัยของงู: แต่ละตัวนิสัยไม่เหมือนกันอาหาร: กินหนูเป็นหรือหนูแช่แข็ง และ สายพันธุ์หนูที่ทางร้านหรือฟาร์มให้อยู่ตรวจเพศ: ชัวร์ว่าเป็นเพศที่ต้องการตรวจสุขภาพ: ตรวจน้ำลายในปากว่าสุขภาพดี5. เตรียมอุปกรณ์เลี้ยงให้ครบงบประมาณเริ่มต้นสำหรับอุปกรณ์เลี้ยงประมาณ 1,000 บาทรายการที่ควรมี:กล่องเลี้ยง: กล่องล็อคใส (ขนาด = 2 เท่าของความยาวงู) ราคา 2-500 บาทForcep: แหนบยาวใช้คีบอาหาร ราคา 100+ บาทถ้วยน้ำ: เลือกขนาดเล็ก 20 บาทอาหาร: หนูแช่แข็ง ราคา 10-60 บาท/ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดรองพื้น: กระดาษทิชชู่แบบหนา/กาบมะพร้าวแห้ง/เปลือกไม้รองกรง/ซังข้าวโพดหรือวัสดุรองกรงอื่นๆ ราคา 10-50 บาท/รอบการเปลี่ยนหัวแร้งบัดกรี: สำหรับเจาะรูระบายอากาศในกล่องเลี้ยง(ในกรณีเลี้ยงในกล่องพลาสติกที่ไม่มีรู) ราคาประมาณ 100 บาทไดร์เป่าผม: ใช้อุ่นอาหารในกรณีใช้หนูแช่แข็ง (หากมีอยู่แล้ว ข้ามไปได้)6. ข้อควรจำการเลี้ยงงูต้องใช้เวลาและความอดทนการตัดสินใจของคนในครอบครัวสำคัญ อย่ามองข้ามเลือกงูที่เหมาะกับตัวคุณ ทั้งนิสัยและงบประมาณขอให้ทุกคนสนุกกับการเลี้ยงงูบอลไพธอนนะครับ! ผ่านข้อ 2 ไปได้ ก็เหมือนผ่านปราการสำคัญแล้ว 😆✨หากต้องการเลี้ยงงูบอลไพธอนสามารถเลือกชมได้ที่ Repttown.com ใช้งานง่าย มีงูให้เลือกเยอะไม่ต่ำกว่า 10,000+ รายการ มีฟาร์มชั้นนำไม่ต่ำกว่า 1,000 ฟาร์มทั่วไทยที่ได้รับการยืนยันตัวตน
Ballpython
งูบอลไพธอน
งู

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 25 ม.ค. 25

อ่าน 12 ครั้ง


เทคนิคและวิธีการเพาะพันธุ์งูบอลไพธอน / การฟักไข่

เทคนิคและวิธีการเพาะพันธุ์งูบอลไพธอน / การฟักไข่

วิธีการเพาะพันธุ์งูบอลไพธอน***หมายเหตุ***บทความนี้เขียนขึ้นเพื่ออธิบายวิธีการเพาะพันธุ์งูบอลไพธอนที่เราใช้ แต่ควรทราบว่ามีหลายวิธีที่ถูกต้องสำหรับการเพาะพันธุ์งูชนิดนี้ หากคุณถามผู้เพาะพันธุ์งูที่ประสบความสำเร็จ 20 คน คุณอาจได้คำตอบที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย 20 แบบ สิ่งที่เราแนะนำคือให้คุณศึกษาหาข้อมูลจากหลากหลายแหล่งและค้นหาวิธีที่เหมาะสมกับคุณที่สุด บทความนี้จะแบ่งปันวิธีที่ได้ผลสำหรับเรา และหากคุณทำสิ่งที่แตกต่างไปบ้างก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำผิดการเตรียมความพร้อมของงูสำหรับการผสมพันธุ์ไม่มีเกณฑ์ตายตัวสำหรับขนาดหรืออายุของงูที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์ โดยทั่วไป เราใช้การประเมินร่วมกันทั้งอายุและน้ำหนักเป็นเกณฑ์ สำหรับตัวเมีย ส่วนใหญ่จะพร้อมผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวที่3ของชีวิต หากน้ำหนักตัวมากกว่า 1,500 กรัม งูบางตัวอาจมีน้ำหนักถึง 1,500 กรัมในฤดูหนาวที่2 แต่ในกรณีนี้ เราให้ความสำคัญกับเรื่องอายุมากกว่า หากงูตัวเมียอายุเพียง 2 ปี เราต้องการให้น้ำหนักเกิน 1,800 กรัมก่อนเริ่มการจับคู่อย่างไรก็ตาม งูตัวเมียอายุ 4 ปีขึ้นไปที่มีน้ำหนัก 1,500 กรัมหลังการวางไข่ก็ยังอาจถือว่าเล็กเกินไปสำหรับการผสมพันธุ์ เพราะอาจต้องการน้ำหนักเกิน 2,000 กรัมเพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรงพอสำหรับการวางไข่ในครอกที่สมบูรณ์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการพิจารณาแค่น้ำหนักอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอทั้งตัวผู้และตัวเมียควรมีโครงสร้างร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่อ้วนจากการให้อาหารมากเกินไป งูที่สมบูรณ์ควรดูหนาแน่นและมีความแข็งแรงเมื่อสัมผัส ไม่ใช่อ้วนท้วมจากการเลี้ยงแบบเร่งการเจริญเติบโตการพิจารณาสำหรับตัวผู้ตัวผู้สามารถพร้อมผสมพันธุ์ได้ในฤดูกาลแรก แต่เราต้องการให้ตัวผู้มีน้ำหนักอย่างน้อย 600 กรัมและยังคงกินอาหารก่อนเริ่มผสมพันธุ์ในฤดูหนาวแรก ตัวผู้บางตัวอาจหยุดกินอาหารหรือกินน้อยลงในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรให้มีน้ำหนักที่เพียงพอก่อนเริ่มการจับคู่ตัวผู้ที่เล็กเกินไปอาจไม่มีน้ำหนักพอสำหรับการหยุดกินอาหารในฤดูผสมพันธุ์ และตัวผู้ที่อ้วนเกินไปจากการให้อาหารมากเกินไปก็อาจขี้เกียจและไม่สนใจการผสมพันธุ์การเริ่มต้นจับคู่เมื่อคุณมีตัวผู้และตัวเมียที่มีน้ำหนักและอายุเหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์แล้ว คุณสามารถเริ่มจับคู่ได้ฤดูผสมพันธุ์ของงูบอลไพธอนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่ตัวเมียจะวางไข่ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนเราเริ่มจับคู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และพยายามให้ตัวเมียทุกตัวได้จับคู่ครั้งแรกภายในเดือนมกราคม โดยปกติ ตัวผู้จะถูกจับคู่กับตัวเมีย 4-6 ตัวต่อฤดูสัญญาณของการตั้งท้องและการวางไข่หลังจากได้รับการจับคู่ ตัวเมียอาจแสดงพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น หลีกเลี่ยงจุดความร้อนหรือขดตัวใกล้ถ้วยน้ำ คุณอาจสังเกตเห็นร่างกายของตัวเมียมีลักษณะเป็นก้อน หรือ สีสว่างขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงวางไข่การตกไข่ (ovulation) คือช่วงที่ไข่ได้รับการผสมกับสเปิร์ม โดยปกติจะเกิดขึ้นเมื่อไข่มีขนาดประมาณ 40 มม. หลังการตกไข่ ตัวเมียจะลอกคราบครั้งสุดท้าย (pre-lay shed) ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังตกไข่ และวางไข่ประมาณ 30 วันหลังจากการลอกคราบการฟักไข่เมื่อถึงเวลาวางไข่ ตัวเมียจะขดตัวรอบไข่เพื่อปกป้อง เราค่อยๆ แยกตัวเมียออกจากไข่อย่างระมัดระวังและจัดไข่ลงในกล่องฟักไข่เราใช้กล่องขนาด 12 ควอร์ตส์ โดยจะใช้เวอร์มิคูไลท์ เพอร์ไลต์ หรือ แฮชไรท์ก็ได้ปริมาณ 300 กรัมกับน้ำ 150 กรัม ผสมให้ทั่วแล้วจัดเรียงไข่โดยทำเครื่องหมายจุดด้านบนของไข่แต่ละฟองเพื่อรักษาตำแหน่งเดิมสรุปการเพาะพันธุ์งูบอลไพธอนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความระมัดระวังและการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด การคำนึงถึงสุขภาพและความพร้อมของงูเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเพาะพันธุ์อย่างยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับการระบุหรือตีมอร์ฟลูกงูในช่วงเริ่มต้น อาจจะต้องใช้ประสบการณ์ของบรีดเดอร์ที่ชำนาญ หรือใช้ บริการตรวจมอร์ฟโดยใช้คราบงู กับ แลป ProHerper Thailand ติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/repttownหากต้องการขายลูกงูสามารถลงขายได้ที่ Repttown.com ใช้งานง่าย ลงขายฟรี มีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 35,000 Users/เดือน มีฟาร์มชั้นนำไม่ต่ำกว่า 1,000 ฟาร์มทั่วไทย

เขียนโดย Repttown

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 13 ครั้ง


SOUL BKK Reptiles มาได้อย่างไร

SOUL BKK Reptiles มาได้อย่างไร

อะ เริ่มเลย SOUL BKK Reptiles มายังไงง SOUL เกิดจากการรวมตัวของเหล่า Breeders ฟาร์มงูบอลไพธ่อนเมืองสยามไทยแลนด์ 3 ฟาร์ม (มีเรา LRP Ball Pythons, พี่เป้ Overdose, และอะตอม/หยก SNOWBALL) และ Breeders ชั้นนำจากทั่วโลกที่เป็นเพื่อนพาร์ทเนอร์กับพวกเราจุดเริ่มต้นของการรวมตัวของพวกเรานะหรอ เกิดจากที่เราและพี่เป้ Overdose ไปกินเบียร์ด้วยกัน 🍻! เอ้ยยย ทานข้าว*กับ Park และ Big Park จาก Fabulous 🍻 และเค้าก็อยากผลักดันให้พวกเราเติบโตแบบ Professional เค้าก็แบบแนะนำว่ายูววทำเว็บไซด์สิ ยูวต้องมีนะ พวกเราก็เห็นด้วยเพราะว่าจริงๆก็มีแพลนทำอยู่แล้ว ก็เลยอะ มีคนจุดไฟ ผลักดันพวกเราขนาดนี้ก็ต้องลุยเลยยยยสิๆๆ go go 🔥ก็เลยเป็นที่มาว่า เรามาทำ Community รวมกลุ่มกันดีกว่า และทำโปรเจคต่างๆรวมกัน โดย Website เนี้ยแหละเป็น ตัวแรกที่ปูทางให้กับพวกเราคลิ๊กเลย https://soulbkkreptiles.com/ต้องให้เครดิตและขอบคุณ FABULOUS มากๆสำหรับคำแนะนำที่ดี จริงใจและมิตรภาพที่ดีกับพวกเราเสมอ ทำให้เราได้ก้าวมาอีก 1 สเตป หืออออ ซึ้งแปปMeeting Update FABULOUS/OVERDOSE/LRP BALLPYTHONSพอพูดถึง Community ใช่ไหม ก็ต้องมีชื่อกลุ่ม ซึ่งเรายังอยากให้ทุกคนยังมี Branding ฟาร์มตัวเองคงไว้อยู่ เพราะทุกคนมี Brand ที่เป็นที่รู้จักในวงการงูบอลไพธ่อนอยู่แล้ว ฉะนั้นชื่อ Community เลยอยากได้คำนำหน้าของแต่ละฟาร์มมาประกอบกัน บวกกับฟาร์มพวกเรามีพาร์ทเนอร์ที่แตกต่างกันไป แต่ยังอยากให้สื่อรวมความเป็นหนึ่งเดียวได้ ก็เลยเป็นที่ของคำว่า “SOUL” นอกจากตัวนำหน้าที่สื่อถึงทุกคนใน Community แล้ว ความหมายก็ยังดีอีกด้วยS → Snowball ReptilesO → OverdoseU → US สื่อถึงพวกเราและพาร์ทเนอร์ทั่วโลกL → LRP Ball PythonsSOUL คำเดียวไม่พอ เราเติมสถานที่และสิ่งที่เราชอบเข้าไป เลยเป็นคำว่า “SOUL BKK Reptiles” นั่นเองงงง—แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม https://soulbkkreptiles.com/ติดตามข่าวสาร LRP Ball Pythons ได้ที่ https://linktr.ee/lrpballpythons

เขียนโดย LRP Ballpythons

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 4 ครั้ง


วิธีแก้ไขเมื่องู Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร /คู่มือฉบับสมบูรณ์  By LRP Ballpythons

วิธีแก้ไขเมื่องู Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร /คู่มือฉบับสมบูรณ์ By LRP Ballpythons

การที่งู Ball Python ไม่ยอมกินอาหารเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงหลายคนต้องเผชิญ แม้ว่างูชนิดนี้จะมีชื่อเสียงในเรื่องการกินง่าย แต่ก็มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้พวกมันปฏิเสธอาหาร บทความนี้จะแนะนำวิธีวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขอย่างละเอียดแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือซื้องูที่น่าไว้วางใจได้ที่ https://www.repttown.com/stores/s/631c5cf562e4de9e2ebdca23 หรือ https://soulbkkreptiles.com/ หรือเข้าเยี่ยมชมฟาร์มงูบอลไพธอน LRP Ball Pythons ได้ที่ https://www.facebook.com/lrpballpythonsสาเหตุที่ Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร1. การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลและช่วงผสมพันธุ์Ball Python มักลดการกินอาหารในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงผสมพันธุ์ โดยเฉพาะตัวผู้อาจอดอาหารได้นานถึง 4–6 เดือน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติตามธรรมชาติ2. ความเครียดจากสภาพแวดล้อมปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดมีหลายอย่าง เช่น:- อุณหภูมิหรือความชื้นไม่เหมาะสม- ที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป- ขาดที่หลบซ่อนหรือพื้นที่ปกปิด- การรบกวนบ่อยเกินไป- การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมกะทันหัน3. ปัญหาสุขภาพอาการไม่กินอาหารอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น:- การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ- ปรสิตภายใน- การติดเชื้อปากและเหงือก- ความเจ็บป่วยอื่นๆ4. ปัญหาเกี่ยวกับอาหาร- เหยื่อมีขนาดไม่เหมาะสม- อุณหภูมิของเหยื่อไม่พอดี- คุณภาพของเหยื่อไม่ดี- การเปลี่ยนชนิดของเหยื่อกะทันหันวิธีแก้ไขเมื่อ Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร1. ตรวจสอบสภาพแวดล้อมตรวจสอบและปรับแต่งปัจจัยต่างๆ ให้เหมาะสม:- อุณหภูมิด้านอุ่น: 88–92°F (31–33°C)- อุณหภูมิด้านเย็น: 78–80°F (25–27°C)- ความชื้น: 50–60%- มีที่หลบซ่อนอย่างน้อย 2 จุด- พื้นที่อยู่อาศัยสะอาด ไม่แออัด2. ปรับเทคนิคการให้อาหาร-ให้อาหารในช่วงกลางคืนเมื่องูมีความกระตือรือร้น- อุ่นเหยื่อให้ได้อุณหภูมิ 98–100°F (37–38°C)- ลองเปลี่ยนสถานที่หรือกล่องที่อยู่ใหม่- เคลื่อนไหวเหยื่อเพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณการล่า- ลองเปลี่ยนขนาดของเหยื่อให้เล็กลง3. เทคนิคพิเศษในการกระตุ้นการกิน- Brain Scenting: ทำให้หัวของเหยื่อมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย- ทำให้เหยื่อเปียกน้ำเล็กน้อย จะช่วยกระตุ้นการรับรู้ความร้อน- ย้ายงูไปที่กล่องให้อาหารแยกต่างหาก- ให้อาหารในที่มืดสมบูรณ์4. เมื่อไรควรพบสัตวแพทย์ควรพาไปพบสัตวแพทย์เมื่อ:- อดอาหารนานเกิน 3 เดือนในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์- มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด หายใจลำบาก- ไม่มีพลังงาน ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนการป้องกันปัญหาการไม่กินอาหาร1. จดบันทึกการให้อาหารอย่างสม่ำเสมอ2. ชั่งน้ำหนักงูทุกเดือนเพื่อติดตามการเจริญเติบโต3. รักษาสภาพแวดล้อมให้คงที่และเหมาะสม4. หลีกเลี่ยงการรบกวนโดยไม่จำเป็น5. สังเกตพฤติกรรมผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรกสรุปการที่ Ball Python ไม่ยอมกินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือต้องวิเคราะห์สาเหตุอย่างรอบคอบและแก้ไขอย่างเป็นระบบ หากทำตามขั้นตอนที่แนะนำแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจรุนแรงขึ้น—แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม https://soulbkkreptiles.com/ติดตามข่าวสาร LRP Ball Pythons ได้ที่ https://www.facebook.com/lrpballpythons

เขียนโดย LRP Ballpythons

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 49 ครั้ง

REPTALES v1.0.2 by ReptTown
All Right Reserved