REPTALES
แหล่งรวม
เรื่องราวสัตว์จาก
ReptTown
“หวัดงู” = กลุ่มอาการ (syndrome) ไม่ใช่ชื่อโรค เตรียมตัวอย่างไรเมื่องูป่วย???
[ คุยกับหมอวิน EP.1 ]ช่วงหลังมานี้มีคนทักผมบ่อยมากว่า… “งูเหมือนเป็นหวัด”บางตัวอาการนิดเดียว แค่หายใจดังเบา ๆ แล้วหายเองแต่บางตัวลามเร็ว กลายเป็น ปอดอักเสบ และต้องรักษานาน สิ่งที่อยากให้เข้าใจก่อนเลยคือ “หวัดงู” = กลุ่มอาการ (syndrome) ไม่ใช่ชื่อโรคเดียวดังนั้น “มีน้ำลาย/มีเมือก/มีเสียงหายใจ” ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเดียวกันทุกตัวและไม่ได้แปลว่าจะเป็น “โรคที่กำลังถูกพูดถึงในช่วงนี้” เสมอไป อาการ “งูเป็นหวัด” เป็นอย่างไร? • หายใจมีเสียง ฟืด ๆ ครืด ๆ เหมือนมีน้ำอยู่ในคอ • มีน้ำลาย หรือเมือกในปากเพิ่มขึ้น • ซึมลง ไม่กิน เบื่ออาหาร วิธีสังเกตเพิ่ม ลองดู “มุมปาก” ว่ามีคราบแห้ง ๆ หรือคราบเมือกติดไหมลองสังเกต “ขอบกล่องเลี้ยง/ผนังตู้” ว่ามีคราบเปื้อนเป็นจุด ๆ หรือไม่โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ เศษไม้/เปลือกไม้/bedding มักเห็นคราบพวกนี้ชัด สาเหตุของอาการหวัดในงู เกิดจากอะไรได้บ้าง? 1. ปัจจัยการเลี้ยง (Poor husbandry) — เจอบ่อยที่สุด • อุณหภูมิไม่ถึง หรือสวิงมาก • ความชื้นไม่เหมาะ (สูงหรือต่ำเกิน) • ระบายอากาศไม่ดี/อับ/มีแอมโมเนียสะสมสิ่งเหล่านี้ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคือง ภูมิลดลง และติดเชื้อแทรกซ้อนได้ 2. การติดเชื้อแบคทีเรียฉวยโอกาส (Bacterial infection) หลายเคสเริ่มจากการเลี้ยงที่ไม่เหมาะ แล้วตามด้วยแบคทีเรียแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษา อาจ ลุกลามลงปอดรุนแรง และอันตรายถึงชีวิตได้ 3. ไวรัส (Viral infection / Viral disease) งูมีเชื้อไวรัสหลายชนิดที่ทำให้หายใจดัง เมือกเยอะ และปอดอักเสบได้ดังนั้นอย่าเพิ่งเหมารวมว่า “เป็นโรคนั้น” ทุกครั้ง(EP ต่อๆไป ผมจะเล่า “กลุ่มไวรัสที่คนพูดถึงบ่อย” แบบเข้าใจง่าย) 4. โปรโตซัว เชื้อรา พยาธิทางเดินหายใจ พบได้ โดยเฉพาะเคสที่มีประวัติความเสี่ยง/งูป่า แต่โดยรวมพบไม่บ่อย 5. สาเหตุไม่ติดเชื้อ • ระคายเคืองจากฝุ่น สเปรย์ กลิ่นแรง ควัน • อาการหลังสำลอก/อาเจียน ทำให้ปากอักเสบ (stomatitis)แล้วกลายเป็นน้ำลาย/เมือกเยอะ และบางครั้งลามลงทางเดินหายใจได้จะเห็นได้ว่า “งูเป็นหวัด” มีสาเหตุได้หลายอย่างมาก หน้าที่ของสัตวแพทย์คือ วินิจฉัยแยกโรค เพื่อหาต้นเหตุที่แท้จริง แล้วรักษาให้ตรงจุดครับ ⸻เมื่อไหร่ที่ควรไปพบสัตวแพทย์ผมแบ่งเป็น 3 ระดับให้ตัดสินใจง่าย ฉุกเฉิน (ควรพบสัตวแพทย์ทันที) • อ้าปากหายใจ ยืดคอหายใจ หายใจลำบากชัดเจน • มีเมือก/น้ำลายเยอะผิดปกติ เหมือนอุดหลอดลม • เลื้อยไปมาเหมือน “หายใจไม่ออก” หรือทรุดเร็ว • อ่อนแรง ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง ควรนัดพบเร็ว (ภายใน 24–72 ชม.) • เสียงหายใจดังเป็น ๆ หาย ๆ เกิน 1–2 วัน • มีน้ำลายหรือเมือกในปาก • กินลดลง น้ำหนักลดลงเร็ว เฝ้าดูได้ (แต่ต้องแก้การเลี้ยงและติดตามใกล้ชิด) • มีเสียงหายใจเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ • ยังร่าเริง กินดี ถ่ายปกติ และ ไม่มี น้ำลาย/เมือกในปากแต่ถ้าไม่ดีขึ้นใน 48 ชม. หรือเริ่มมีน้ำลายเป็นฟอง ให้ขยับขึ้นระดับทันทีช่วงนี้อาจได้ยินชื่อโรคบางอย่างในงูบ่อยขึ้น… แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกเพราะ “หวัดงู” มีได้หลายสาเหตุ และหลายเคสแก้ได้ตั้งแต่ “การเลี้ยง”EP ต่อ ๆ ไปผมจะเล่าแบบเป็นระบบ ดูแล/จัดการเบื้องต้นทันทีเมื่อเริ่มป่วย ทำไมบางเคส “เป็น ๆ หาย ๆ” และกลับมาเป็นซ้ำคอมเมนต์ “EP2” ถ้าอยากให้ผมสรุป “ไวรัสที่เจอบ่อย” แบบเข้าใจง่ายครับ EP2: การจัดการ + ข้อมูลที่คุณหมออยากได้ + การป้องกันงูป่วยซ้ำ#งูเป็นหวัด #งูป่วย #งูบอลไพธ่อน #BallPython #สัตว์เลี้ยงพิเศษ #ExoticVet #โรคทางเดินหายใจ #การเลี้ยงงู #CMExoticเรียบเรียงโดย น.สพ. ชวิน เมธิสริยพงศ์ จาก CM-Exotic| การให้ความรู้ ไม่ทดแทนการตรวจรักษา
เขียนโดย
CM-Exotic
โพสต์เมื่อ 27 ธ.ค. 25
อ่าน 15 ครั้ง
REPTALES v1.0.5a by
ReptTown
All Right Reserved