REPTALES
เรื่องราวสัตว์จาก ReptTown
วิธีทำความสะอาดกล่องงูลดเชื้อโรค 🦠 //ฉบับ LRP Ball Pythons 🚨

วิธีทำความสะอาดกล่องงูลดเชื้อโรค 🦠 //ฉบับ LRP Ball Pythons 🚨

การดูแลความสะอาดที่อยู่อาศัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยงงู Ball Python ให้ปลอดเชื้อ ที่ฟาร์ม LRP Ball Pythons เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดและการป้องกันโรคเป็นอย่างมาก เลยอยากมาแชร์วิธีการที่ฟาร์มเราทำกันอยู่ค่ะในการเตรียมความพร้อม เราจะมีกล่องงูที่ผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้วสำรองไว้เสมอ เพื่อให้สามารถสับเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อต้องการทำความสะอาดกล่องหลัก ภายในกล่องจะมีการปูด้วยกระดาษรองที่สะอาด ซึ่งสามารถสังเกตการขับถ่ายของงูได้ง่าย และเปลี่ยนได้รวดเร็วเมื่อเปื้อน นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงสามารถเลือกใช้วัสดุรองพื้นชนิดอื่นได้ตามความเหมาะสม เช่น ขุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับเมื่อพบว่างูมีการขับถ่าย เราจะเริ่มจากการนำสิ่งขับถ่ายและกระดาษรองที่เปื้อนออกทันที จากนั้นจะฉีดพ่นบริเวณที่เปื้อนด้วย hydrogen peroxide ความเข้มข้น 6% (แบบ Food Grade)ให้ทั่ว น้ำยานี้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคจำพวกโปรโตชัวหรือแบคทีเรียที่ติดมาจากสิ่งขับถ่าย แต่ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาทีเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ระหว่างนี้ควรระวังไม่ให้งูสัมผัสกับน้ำยาโดยตรงหลังจากครบเวลาที่กำหนด จะทำการล้างด้วยน้ำยาล้างจานเพื่อกำจัดคราบสกปรกและความมันที่ตกค้าง ขั้นตอนนี้ต้องขัดถูให้ทั่วและล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนหมดคราบน้ำยา จากนั้นเช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด เพื่อป้องกันความชื้นที่อาจก่อให้เกิดเชื้อราได้ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก่อนปูที่รองคือการฆ่าเชื้อด้วย F10 ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในวงการเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน F10 สามารถกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราที่อาจก่อให้เกิดโรคในงูได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฉีดพ่น F10 ต้องทำให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของกล่อง และทิ้งไว้ให้แห้งตามธรรมชาติระหว่างวัน การตรวจสอบความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากจะช่วยรักษาสุขอนามัยที่ดีแล้ว ยังเป็นโอกาสในการสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพของงูผ่านการตรวจสอบลักษณะของสิ่งขับถ่ายอีกด้วย หากพบความผิดปกติใดๆ จะได้รีบดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงทีค่ะสรุปขั้นตอนการทำความสะอาด1.การจัดการเมื่อพบการขับถ่ายนำสิ่งขับถ่ายและวัสดุรองที่เปื้อนออกฉีด hydrogen peroxide 6% (แบบ Food Grade)ทิ้งไว้ขั้นต่ำ 20 นาที2.การล้างทำความสะอาดใช้น้ำยาล้างจานขัดถูล้างออกด้วยน้ำสะอาดเช็ดให้แห้ง3.การฆ่าเชื้อฉีดพ่น F10 ให้ทั่วทิ้งไว้ให้แห้ง4.ปูรองกระดาษหรือวัสดุรองพื้นชนิดอื่นข้อควรระวังสวมถุงมือทุกครั้งแยกอุปกรณ์ทำความสะอาดล้างมือหลังทำความสะอาดระวังไม่ให้น้ำยาสัมผัสตัวงูการดูแลประจำวันตรวจสอบความสะอาดสม่ำเสมอสังเกตลักษณะสิ่งขับถ่ายเปลี่ยนวัสดุรองทันทีเมื่อเปื้อนหมายเหตุ: วิธีการทำความสะอาดนี้เป็นแนวทางพื้นฐาน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของแต่ละฟาร์มหรือผู้เลี้ยง
งูบอลไพธอน

เขียนโดย LRP Ballpythons

โพสต์เมื่อ 15 ก.พ. 25

อ่าน 93 ครั้ง


การดูแลงูบอลไพธ่อน: ความสำคัญของอุณหภูมิและความชื้น

การดูแลงูบอลไพธ่อน: ความสำคัญของอุณหภูมิและความชื้น

งูบอลไพธ่อนเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมเพื่อการมีสุขภาพที่ดี เนื่องจากเป็นสัตว์เลือดเย็นที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้เอง การดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงงูอุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการดูแลงูบอลไพธ่อน โดยในเวลากลางวัน ควรรักษาอุณหภูมิในกรงเลี้ยงให้อยู่ระหว่าง 29–31 องศาเซลเซียสในพื้นที่พักผ่อนทั่วไป และควรมีจุดที่อุ่นกว่า (basking spot) ที่อุณหภูมิ 31-32 องศาเซลเซียส สำหรับให้งูได้รับความร้อนเพื่อช่วยในการย่อยอาหารและกระบวนการเผาผลาญ ในเวลากลางคืน อุณหภูมิสามารถลดลงเหลือ 25–28 องศาเซลเซียสได้ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามช่วงเวลาและฤดูกาลนี้มีความสำคัญต่อการกระตุ้นพฤติกรรมตามธรรมชาติของงูความชื้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยปกติควรรักษาระดับความชื้นในกรงให้อยู่ที่ 50–60 เปอร์เซ็นต์ แต่ในช่วงที่งูกำลังจะลอกคราบ ควรเพิ่มความชื้นให้สูงขึ้นเป็น 65–75 เปอร์เซ็นต์ เพื่อช่วยให้การลอกคราบเป็นไปอย่างสมบูรณ์ การควบคุมความชื้นสามารถทำได้โดยการฉีดพ่นน้ำ หรือใช้วัสดุรองพื้นที่มีคุณสมบัติในการเก็บความชื้น หากความชื้นต่ำเกินไป อาจส่งผลให้งูลอกคราบไม่สมบูรณ์ ผิวแห้ง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น การไม่ยอมกินอาหารซึ่งมักเกิดจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป ปัญหาการลอกคราบไม่สมบูรณ์จากความชื้นที่ไม่เพียงพอ การเกิดโรคระบบทางเดินหายใจในสภาพแวดล้อมที่เย็นและชื้นเกินไป รวมถึงความเครียดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมหรือบ่อยเกินไปการดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต้องอาศัยอุปกรณ์ที่ไว้ใจได้ค่ะ ในสถานที่ของฟาร์ม LRP Ball Pythons ติดเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นตามจุดมุมห้องต่างๆเพื่อมอนิเตอร์และควมคุมให้ห้องเลี้ยงมีสภาพแวดล้อมที่ดีกับน้องงูสิ่งที่อยากฝากถึงผู้ที่กำลังเลี้ยงหรือสนใจเลี้ยงงูบอลไพธ่อนคือ การดูแลอุณหภูมิและความชื้นอย่างใส่ใจเป็นหัวใจสำคัญค่ะ หมั่นสังเกตพฤติกรรมของน้องๆ และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เมื่อเราดูแลพวกเขาดี น้องๆ ก็จะมีสุขภาพแข็งแรงและอยู่กับเราได้อย่างมีความสุขค่ะ :)

เขียนโดย LRP Ballpythons

โพสต์เมื่อ 31 ม.ค. 25

อ่าน 47 ครั้ง


SOUL BKK Reptiles มาได้อย่างไร

SOUL BKK Reptiles มาได้อย่างไร

อะ เริ่มเลย SOUL BKK Reptiles มายังไงง SOUL เกิดจากการรวมตัวของเหล่า Breeders ฟาร์มงูบอลไพธ่อนเมืองสยามไทยแลนด์ 3 ฟาร์ม (มีเรา LRP Ball Pythons, พี่เป้ Overdose, และอะตอม/หยก SNOWBALL) และ Breeders ชั้นนำจากทั่วโลกที่เป็นเพื่อนพาร์ทเนอร์กับพวกเราจุดเริ่มต้นของการรวมตัวของพวกเรานะหรอ เกิดจากที่เราและพี่เป้ Overdose ไปกินเบียร์ด้วยกัน 🍻! เอ้ยยย ทานข้าว*กับ Park และ Big Park จาก Fabulous 🍻 และเค้าก็อยากผลักดันให้พวกเราเติบโตแบบ Professional เค้าก็แบบแนะนำว่ายูววทำเว็บไซด์สิ ยูวต้องมีนะ พวกเราก็เห็นด้วยเพราะว่าจริงๆก็มีแพลนทำอยู่แล้ว ก็เลยอะ มีคนจุดไฟ ผลักดันพวกเราขนาดนี้ก็ต้องลุยเลยยยยสิๆๆ go go 🔥ก็เลยเป็นที่มาว่า เรามาทำ Community รวมกลุ่มกันดีกว่า และทำโปรเจคต่างๆรวมกัน โดย Website เนี้ยแหละเป็น ตัวแรกที่ปูทางให้กับพวกเราคลิ๊กเลย https://soulbkkreptiles.com/ต้องให้เครดิตและขอบคุณ FABULOUS มากๆสำหรับคำแนะนำที่ดี จริงใจและมิตรภาพที่ดีกับพวกเราเสมอ ทำให้เราได้ก้าวมาอีก 1 สเตป หืออออ ซึ้งแปปMeeting Update FABULOUS/OVERDOSE/LRP BALLPYTHONSพอพูดถึง Community ใช่ไหม ก็ต้องมีชื่อกลุ่ม ซึ่งเรายังอยากให้ทุกคนยังมี Branding ฟาร์มตัวเองคงไว้อยู่ เพราะทุกคนมี Brand ที่เป็นที่รู้จักในวงการงูบอลไพธ่อนอยู่แล้ว ฉะนั้นชื่อ Community เลยอยากได้คำนำหน้าของแต่ละฟาร์มมาประกอบกัน บวกกับฟาร์มพวกเรามีพาร์ทเนอร์ที่แตกต่างกันไป แต่ยังอยากให้สื่อรวมความเป็นหนึ่งเดียวได้ ก็เลยเป็นที่ของคำว่า “SOUL” นอกจากตัวนำหน้าที่สื่อถึงทุกคนใน Community แล้ว ความหมายก็ยังดีอีกด้วยS → Snowball ReptilesO → OverdoseU → US สื่อถึงพวกเราและพาร์ทเนอร์ทั่วโลกL → LRP Ball PythonsSOUL คำเดียวไม่พอ เราเติมสถานที่และสิ่งที่เราชอบเข้าไป เลยเป็นคำว่า “SOUL BKK Reptiles” นั่นเองงงง—แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม https://soulbkkreptiles.com/ติดตามข่าวสาร LRP Ball Pythons ได้ที่ https://linktr.ee/lrpballpythons

เขียนโดย LRP Ballpythons

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 4 ครั้ง


วิธีแก้ไขเมื่องู Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร /คู่มือฉบับสมบูรณ์  By LRP Ballpythons

วิธีแก้ไขเมื่องู Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร /คู่มือฉบับสมบูรณ์ By LRP Ballpythons

การที่งู Ball Python ไม่ยอมกินอาหารเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงหลายคนต้องเผชิญ แม้ว่างูชนิดนี้จะมีชื่อเสียงในเรื่องการกินง่าย แต่ก็มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้พวกมันปฏิเสธอาหาร บทความนี้จะแนะนำวิธีวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขอย่างละเอียดแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือซื้องูที่น่าไว้วางใจได้ที่ https://www.repttown.com/stores/s/631c5cf562e4de9e2ebdca23 หรือ https://soulbkkreptiles.com/ หรือเข้าเยี่ยมชมฟาร์มงูบอลไพธอน LRP Ball Pythons ได้ที่ https://www.facebook.com/lrpballpythonsสาเหตุที่ Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร1. การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลและช่วงผสมพันธุ์Ball Python มักลดการกินอาหารในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงผสมพันธุ์ โดยเฉพาะตัวผู้อาจอดอาหารได้นานถึง 4–6 เดือน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติตามธรรมชาติ2. ความเครียดจากสภาพแวดล้อมปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดมีหลายอย่าง เช่น:- อุณหภูมิหรือความชื้นไม่เหมาะสม- ที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป- ขาดที่หลบซ่อนหรือพื้นที่ปกปิด- การรบกวนบ่อยเกินไป- การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมกะทันหัน3. ปัญหาสุขภาพอาการไม่กินอาหารอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น:- การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ- ปรสิตภายใน- การติดเชื้อปากและเหงือก- ความเจ็บป่วยอื่นๆ4. ปัญหาเกี่ยวกับอาหาร- เหยื่อมีขนาดไม่เหมาะสม- อุณหภูมิของเหยื่อไม่พอดี- คุณภาพของเหยื่อไม่ดี- การเปลี่ยนชนิดของเหยื่อกะทันหันวิธีแก้ไขเมื่อ Ball Python ไม่ยอมกินอาหาร1. ตรวจสอบสภาพแวดล้อมตรวจสอบและปรับแต่งปัจจัยต่างๆ ให้เหมาะสม:- อุณหภูมิด้านอุ่น: 88–92°F (31–33°C)- อุณหภูมิด้านเย็น: 78–80°F (25–27°C)- ความชื้น: 50–60%- มีที่หลบซ่อนอย่างน้อย 2 จุด- พื้นที่อยู่อาศัยสะอาด ไม่แออัด2. ปรับเทคนิคการให้อาหาร-ให้อาหารในช่วงกลางคืนเมื่องูมีความกระตือรือร้น- อุ่นเหยื่อให้ได้อุณหภูมิ 98–100°F (37–38°C)- ลองเปลี่ยนสถานที่หรือกล่องที่อยู่ใหม่- เคลื่อนไหวเหยื่อเพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณการล่า- ลองเปลี่ยนขนาดของเหยื่อให้เล็กลง3. เทคนิคพิเศษในการกระตุ้นการกิน- Brain Scenting: ทำให้หัวของเหยื่อมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย- ทำให้เหยื่อเปียกน้ำเล็กน้อย จะช่วยกระตุ้นการรับรู้ความร้อน- ย้ายงูไปที่กล่องให้อาหารแยกต่างหาก- ให้อาหารในที่มืดสมบูรณ์4. เมื่อไรควรพบสัตวแพทย์ควรพาไปพบสัตวแพทย์เมื่อ:- อดอาหารนานเกิน 3 เดือนในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์- มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด หายใจลำบาก- ไม่มีพลังงาน ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนการป้องกันปัญหาการไม่กินอาหาร1. จดบันทึกการให้อาหารอย่างสม่ำเสมอ2. ชั่งน้ำหนักงูทุกเดือนเพื่อติดตามการเจริญเติบโต3. รักษาสภาพแวดล้อมให้คงที่และเหมาะสม4. หลีกเลี่ยงการรบกวนโดยไม่จำเป็น5. สังเกตพฤติกรรมผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรกสรุปการที่ Ball Python ไม่ยอมกินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือต้องวิเคราะห์สาเหตุอย่างรอบคอบและแก้ไขอย่างเป็นระบบ หากทำตามขั้นตอนที่แนะนำแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจรุนแรงขึ้น—แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม https://soulbkkreptiles.com/ติดตามข่าวสาร LRP Ball Pythons ได้ที่ https://www.facebook.com/lrpballpythons

เขียนโดย LRP Ballpythons

โพสต์เมื่อ 14 ม.ค. 25

อ่าน 49 ครั้ง

REPTALES v1.0.2 by ReptTown
All Right Reserved